จะสอบแร้ว~~~~~~@@@

เจ้าค่ะ (=,_.=) /

ก็ยังมีอารมณ์โล้งเล้งมาอัพเอนทรี่ชวนคุยแก้เปลี่ยวจิต แฮ่~~~@ ช่วงนี้แอบเหงาปาก รู้สึกชีวิตรอบตัวมันเงียบๆนิ่งๆพิกล สงสัยอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (อุเหม่ คำฮิตจริงๆน้อ)

เมื่อวานได้ขุดyoutubeเทลเลอร์ของ FF13....ที่ชาวบ้านเขาดูกันไปชาติเศษแล้ว....กร๊าก ตกกระแสลงคูคลองข้างทางจริงๆเลยเรา อ่านข่าว+ดูแสกนภาพจากนิตยสารFamitsuมาหลายครั้ง รู้สึกเฉยๆกับตัวนางเอกของภาคหลักอยู่ แต่แอบปิ๊งหนุ่มหัวขาวตาแดงแรงฤทธิ์ในFF13 versus โค่ะๆ เสียดายที่หาเทลเลอร์FF13 versusในyoutubeไม่ได้ สุดจะเศร้า TTwTT

พึ่งจะได้มาปิ๊งนางเอกFF13ก็อีตอนดูเทลเลอร์นี่แหล่ะ กิ้งก่าเป็นประเภทเฉยๆกับภาพนิ่งนะ มากรี๊ดกร๊าดกับภาพเคลื่อนไหวมากกว่าเพราะเราได้เห็นบุคลิกท่าทาง+แนวโน้มลักษณะนิสัยคร่าวๆของตัวละครด้วย ซึ่งบอกได้คำเดียวว่านางเอกเท่ห์มาก! ท่าต่อสู้เธอแสบสุดใจจริงๆ เปรี้ยว เปรียว ดุ! คะช้าว~~~ว

เห็นแล้วคิดถึงพี่คล้าว+คอมโบกลางอากาศของโซระจริงๆ เอิ้กๆ (ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครกำกับคิวบู๊) ชุดนางเอกก้ำๆกึ่งๆชอบกล ไม่ดูทันสมัยไซไฟจ๋า แต่ก็ไม่แฟนตาซีสมัยยุคผู้กล้า ผสมๆเคล้าๆกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่เร้าใจกิ้งก่าสุดๆเลยคือเพลงประกอบเทลเลอร์นี่แหล่ะ แซะก้นกิ้งก่าลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาได้กลางดึกตอนตี4กว่าๆ กร๊ากกก มันมันส์ง่า ชอบมากๆ อยากได้MP3มาฟัง ใครมีแล้วจะกรุณาเผื่อแผ่จักเป็นบุญอย่างล้นพ้น TTwTT/

เสียงเครื่องสีเร้าใจดีจริงๆ ยิ่งช่วงตัดเข้าไปในฉากโชว์ระบบผู้เล่นบังคับ เพลงมันเข้ากับภาพไม่ไหวแล้ว ไม่กระแทกตึงตังแบบร็อค เลยเข้ากับการต่อสู้ของผู้หญิงอย่างเธอ เฉียบ คม เร้าใจ XD

ภาพที่ติดตาก็ตอนเธอเหมือนจะร่ายเวทย์อะไรสักอย่างให้ศัตรูหยุดกับที่ แล้วกระโดดออกมากลางวง หันหลังกลับไปยิงระเบิดไฟตูมเดียวหมดก๊ก ฉากที่หมุนตัวแตะตัดขาศัตรู ภาพตอนเดินเข้าไปในป่า และฉากสุดท้ายที่แสงไฟแยงตา

เอาเป็นว่าเทลเลอร์นี้ประทับใจกิ้งก่านะเคอะ ^^ (แต่ก็แพ้สุดยอดเทลเลอร์ในดวงใจอย่างDeepdive ว่ะ55+)

โดยส่วนตัว กิ้งก่าคาดหวังและเฝ้ารอFF13มากที่สุดนับแต่ขึ้นภาค8เป็นต้นมา เพราะถูกใจบรรยากาศโลกในเกมส์ กิ้งก่าไม่ชอบบรรยากาศยุคกลางง่ะ เพราะรู้สึกว่ามันจำเจกับเกมส์RPGหลายๆเจ้า ที่ไม่พ้นเจ้าหญิง เจ้าชาย อีดาบปราบมาร มังกร จอมมาร เวทย์มนต์บลาๆ FF10 /FF10-2 ก็สีแสบไป ดีไซน์รวมๆไม่เข้าตาเท่าไหร่ เนื้อเรื่องพ้อยท์ไปที่ความรู้สึกยูนะมากเกินเหตุจนเหมือนละครวัยรุ่น (กร๊ากกก ความคิดเห็นส่วนตัวของกิ้งก่านะจ๊ะ อย่าคิดมาก)

มาภาค13 ดูแล้วนางเอกคงไม่หวานแหววแน่ๆ 555+ ชอบห้าวๆเก่งๆเท่ห์ๆดุๆอย่างนี้แหล่ะถึงจะเรียกว่านักสู้ XD บรรยากาศเน้นโทนสีคล้ายFF7ได้ฟิลดี หม่นๆแต่ใสกว่าแต่ที่กิ้งก่าคาดหวังมากที่สุดคือFF13ภาค Versus ถึงยังไม่ได้เห็นคลิปเทลเลอร์ แค่ภาพนิ่งที่มาแปะก็ฉายความเก๋าของพระเอกได้มากๆ ยิ่งท่าเรียกฝูงดาบออกมา ละอองน้ำสต๊าฟหยุดอยู่กับที่ เท่ห์เป็นบ้าเลย!! เมืองร่วมสมัยมืดๆคล้ายโลกA world that never was ก็โคตรเท่! ชอบอ่ะ ชอบฟิลแบบนี้ ไม่ต้องถามอีกแล้วใช่มั้ยว่าใครออกแบบ XD

ที่กระชากใจสุดๆคือเมืองนี้มันมีที่ว่าการจังหวัดของโตเกียว! ตึกคู่คู่บุญเห็นกันบ่อยๆในการ์ตูน ยิ่งเรื่องไหนมีฉากทำลายล้างโตเกียว เจ้าตึกคู่นี่ไม่พ้นเป็นเป้าหมายในอันดับต้นๆ กร๊ากก โค่นบ่อยจนจำได้ เท่ากับว่าเนื้อเรื่องผสานโลกจริงในยุคปัจจุบันเข้าไปด้วย กิ้งก่าชอบอย่างนี้แหล่ะ ไซไฟที่มีกลิ่นอายเรียลลิตี้ของโลกจริงๆไปแจม ที่เห็นชัดๆก็คือFF7 ในเมื่อกิ้งก่าบ้าFF7ขนาดนั้นก็ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงหลงกลิ่นอายของFF13 versusเข้าไปง่ายๆ กริ้ว ~~~ XD

ว่าแต่.....ในที่สุดอีตาโนมูระก็คลอดลูกหลานตระกูลหัวหงอกตาดุใส่ชุดหนังชุดสีดำมาอีกตัวละ รสนิยมป๋าแกจริงๆ ถึงจะดูซ้ำๆแต่ก็ออกปากขัดไม่ได้วุ้ยเพราะมันดูดีและเท่ห์โคตรง่ะ กร๊ากกกก เอาเถอะค่ะ ออกมากี่ตัวๆก็ออกมาเถอะ จะกรี๊ดจนกว่าเอียนตายกันไปข้าง

FF13 / FF13versus / FF13agito 3ภาค 3มุม 3รส ที่ดูไม่ออกคาดไม่ถูกว่ามันเข้ากันได้ยังไง(ฟะ) ชวนติดตามอย่างยิ่ง และน่าติดตามเข้าไปใหญ่ว่าจะได้บังคับตัวละครต่อสู้แนวRPGในรูปแบบไหน

1 เกมส์ที่ทำให้กิ้งก่าตัดสินใจซื้อPS3 ว่ะเฮ้ย~~@ รอต่อไป คนมันแรง!!

อ้อ มีอีกอย่างที่กิ้งก่าน้อยใจหงุงหงิงๆ อีตาโนมูระให้สัมภาษณ์เรื่องFF13versusว่าพัฒนาระบบจากการเรียนรู้ผ่านKH2อย่างเต็มที่ อ่ะจ้าก นี่แปลว่าแกเอาซี่รี่ย์KHเป็นตัวทดลอง เป็นทางผ่านอย่างนั้นเรอะ? =[]=;;; ม่ายยยย กรี๊ดดดดด อีตาบ้า ใจร้ายยยยยย แง TTwTT อาจจะได้เห็นพระเอกversusระเบิดไดรฟ์ฟอร์ม ใช้ดาบลอยรอบตัวทีเดียว8อันข่มโซระก็ได้นะนี่ งือ.....โกรธ เจ็บใจ แค้น แต่อยากเล่นง่ะ กร๊ากกก สับสนตัวเองสิ้นดี TT[]TT@

เก็บเป็นลิสท์รอในใจอีก 1 รายการกั่กๆ เพราะการรอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะว่าไปยังไม่ได้เล่นFF12เลยแหะ รอหลังสอบโฟ่วกันสักยก กว่าภาษาปะกิตจะออกรอหัวแทบหงอกเป็นริคุ อ้อ โอกามิก็น่าสน(แม้สตูดิโอจะปิดตัวลงไปแล้วก็เหอะ อนุโมทนาสาธุ....)


Puppy love

Detective Conan fanfiction
Shonen-ai
Heiji+Shinichi


แต่งมาตั้งแต่3-4ปีก่อนแล้วจ้า อีก1ในโครงการขุดกรุ ^^@

เสียงนกเจื้อยแจ้วกังวานรับแสงเหลืองส้มทาบทับแผ่นฟ้า อากาศเย็นยามค่ำคืนเริ่มจางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงละอองหมอกลอยอ้อยอิ่งเกลี่ยไปกับพื้นโลก กำแแพงบ้านเรือนและพุ่มไม้ดูเบลอๆเหมือนมีม่านลูกไม้สีเทาคลุมไว้

แสงปลายท้องฟ้าทวีความกว้างกินอาณาบริเวนขึ้นเรื่อยๆ พุ่มไม้สีครึ้มเปล่งประกายเขียวขจีเพิ่มตามลำดับ โป๊ะไฟเหนือเสาบ้านหรี่แสงลง หน้าที่ส่องป้ายชื่อเจ้าของบ้านหมดไปอีกกะ ตอนนี้ถึงไม่มีมันทุกคนก็คงเห็นตัวอักษร "คุโด้" บนป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างชัดเจน

"ฮ้าว~~~~"

ชายหนุ่มส่งเสียงทักทายข้าวของในบ้านอย่างเกียจคร้าน เสียงรองเท้าแตะประทับซี่บันไดไม้เคลือบเงาทีละแผ่นดัง แตะ แตะ ผมยุ่งๆถูกเกาให้กระเซิงยิ่งขึ้นไปอีก เสื้อเชิ้ตมีรอยยับพร้อยและเอนเบี้ยวไปข้าง ข้างนึงเถิบขึ้นมาชิดต้นคอ อีกข้างนึงไหล่ลู่ลงตามเนินไหล่ เมื่ออ้าปากหาวเต็มที่ ชินอิจิก็ยกหลังมือปาดน้ำตาที่เอ่อขึ้นปริ่มขอบตา

ชายหนุ่มอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงได้ที่จนไม่เหลือมาดยอดนักสืบนักสืบมัธยมปลายสุดเท่ห์ ปรือตาที่ได้รับขนานนามว่า"private eye"มองนาฬิกาแขวนมุมห้อง ม่านน้ำตาทำให้ทัศวิสัยลางเลือนเหมือนในฝัน ชวนให้เคลิ้มหลับต่อเสียจริงๆ ชินอิจิก็อยากทำตามที่ร่างกายเรียกร้องอยู่หรอก ปกติเขาไม่คิดจะเปิดเปลือกตาตื่นมาแต่เช้าตรู่ของวันหยุดอย่างนี้หรอก ถ้าไม่เพราะจะมีแขกมาล่ะก็...

"...........เจ้าบ้านี่ จะถ่อมาทำไมแต่เช้านะ งี่เง่า........."

เข็มสั้นนาฬิกาดุ๊กดิ๊กๆไม่เกินเลข 7 ชวนกวนโทสะของหนุ่มน้อยผู้หลงใหลการนอนดึกตื่นสายเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสองวันก่อน ฮัตโตริโทรบอกจะขึ้นมาโตเกียวด้วยชินคังเซ็นเที่ยวแรกตี5 มาถึงบ้านชินอิจิคงประมาณ 7 โมงนิดๆ หนุ่มโอซาก้าหยอดลูกเกรงใจว่าไม่ต้องไปรับที่สถานีก็ได้ แต่รู้ไว้ซะด้วยว่าทำเจ้าของบ้านลำบากตั้งแต่บอกจะโผล่มาเอาอีตอนย่ำรุ่งนี่แหล่ะ

ชินอิจิเดินแพล้วผ่านห้องนั่งเล่นไปยังครัว โซฟาใหญ่ยาวขนาดพอดีตัว บุด้วยเบาะหนานุ่มชวนหนีไอเย็นยามเช้าเข้าซุกที่ตัวมัน พนักเปิดกว้างราวอ้าแขนรับดูมีมนต์ขลัง แต่ไม่ได้ เฉียดเข้าไปไม่ได้เด็ดๆ หากเผลอหย่อนตัวลงไปมีหวังถูกดูดวิญญาณ หลับยาวไม่ตื่นไปถึง10โมงแน่ๆ ชินอิจิสะบัดหน้ายิกๆเฉตาไปทางอื่น ตอนนี้เราควรหาอะไรถ่างตาไว้ก่อนจนกว่าเจ้าบ้านั่นจะมา กาแฟสักแก้วร้อนๆคงช่วยได้

กร้องๆ แกร้งๆ ถ้วยโถ กระปุกเหยือกกระทบกัน เสียงก้องสะท้อนไปมาในบ้านโล่งที่เงียบกริบ กาแฟ......กาแฟ อ่า ให้ตายสิ แค่ทิ้งไว้ปีเศษๆ เจ้าเม็ดกาแฟทั้งหลายเกิดอาการละลายเกาะตัวกันเป็นก้อนราวโคลนเหนียวๆ กลิ่นหนึบๆชื้นๆฉุนเข้าจมูก แม้ไม่ใช่คนพิถีพิถันการเลือกดื่มกาแฟ แต่สภาพกาแฟบ้านเขาขณะนี้คงไม่มีมนุษย์คนไหนกล้าแคะออกมาชงกินแน่ๆ ในตอนแรกชินอิจิคิดจะแหกสามัญสำนึกของคนทั่วไป เพราะแค่ต้องการของแก้ง่วงและสุดขี้เกียจเหลือประมาณ แต่เมื่อคว่ำขวดกาแฟลงแล้วเขย่าๆ โคลนกาแฟยังเหนียวหนึบผสานอยู่กับผนังขวดด้านใน ชินอิจิก็ตัดสินใจคว้าแจ๊คเก็ตแถวนั้นคลุมตัว ออกจากบ้านไปหากาแฟใหม่ที่ซุปเปอร์เอาดาบหน้า


***

หนุ่มนักสืบเดินไปบ่นอุบอิบไป โบ้ยว่าเรื่องยุ่งยากทุกอย่างในเช้าวันนี้เพราะเจ้าฮัตโตริเป็นต้นเหตุ จากบ้านไปถึงมินิมาร์ทใกล้สุดกินเวลา15นาที ชินอิจิหิ้วถุงใส่ขวดผงกาแฟและขนมจุกจิกเล็กน้อยกลับมา ละอองน้ำค้างปะทะใบหน้าและขนลุกวาบเมื่อลมวูบ ประสาทสัมผัสทั้งหมดสะดุ้งซู่ทันทีที่อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนกะทันหัน อย่างนี้คงตาสว่างก่อนได้ไปชงกาแฟดื่มที่บ้านแน่ๆ

ใต้แจ็คเกตมีเพียงเชิ้ตใส่นอนตัวบางๆ หากลมแทรกเข้าไปก็หนาวสะท้านถึงใจ ชินอิจิกุมมือรวบคอเสื้อไว้ พยายามซุกหน้าลงในปกเสื้อแสนสั้น ถึงแดดจะทอดลงมาเยอะแล้วแต่หมอกยังไม่หมดไปเสียที ระหว่างทางกลับอันแสนว่าง ชินอิจิเดินไปบ่นไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของตัวเอง อ้าว ตายล่ะสิ...

ประตูรั้วไม่ได้ล็อก? อ๊า? ไม่น่า ประตูบ้านคงไม่ได้ลืมด้วยหรอกนะ เมื่อชินอิจิเอื้อมมือเข้าไปจับลูกบิด น่าน...ลืมล็อคก่อนออกจากบ้านจริงๆเหรอเนี่ย ขีดความระมัดระวังของเขาร่วงกราวเพราะความง่วงตัวดีนี่ซินะ ชินอิจิไม่วายคิดว่าหากขโมยเข้ามายกเค้าบ้านก็จะโบ้ยเป็นความผิดของฮัตโตริอีกนั่นแหล่ะ แต่ยังไงก็เถอะ เราว่าเราก็ล็อกก่อนออกจากบ้านแล้วนี่หน่า? ชินอิจิคิดทวน

บานประตูที่ผลักเข้าไปเบาๆเปิดผัวะออกอย่างแรงจนชินอิจิสะดุ้งตกใจ อีกฝั่งหนึ่งของประตูไม่ใช่ใคร และท่าทางจะเป็นคนสะเดาะกลอนบ้านเขาด้วยนี่เอง คุณลุงพุงกลมๆในเสื้อกาวน์สีขาว ผมสามัคคีไปกระจุกอยู่เหนือใบหูให้ตรงกลางล้านเลี่ยนเตียนใส ดร.อากาสะนี่เอง

"ผมก็ว่าอยู่ว่าคงไม่ลืมล็อกก่อนออกจากบ้านแน่ๆ ดร.เข้ามาบ้านผมทำไมเหรอ? จะมายืมอะไร? น้ำตาล? โซยุ?"

นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องผู้เป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่กันมาช้านาน คุณลุงไร้พิษภัยและเป็นมิตรที่เชื่อใจได้มากพอฝากฝังกุญแจสำรองให้เข้าออกบ้านตามสะดวก ชินอิจิไม่แปลกใจหรือถือสาหากวันดีคืนดีจะเห็นดร.ผู้นี้วิสาสะเข้ามาและหยิบฉวยอะไรออกไปบ้าง ชินแล้วล่ะ วันนี้ก็เหมือนกัน

"อ่ะ....ฮ่ะ ฮ่าๆๆๆ ไม่มีอะไรหรอกชินอิจิคุง พอดีพาเพื่อนเธอเข้ามารอในบ้านนิดหน่อยน่ะ เพื่อนโอซาก้าเหน่อๆตัวดำๆไง"

"ฮัตโตริ?" ชินอิจิย้อนทวน ดร.ทำท่าอ๋อแล้วผยักเพยิดตาม

เจ้าฮัตโตริคงมาถึงตอนเราออกไปซื้อกาแฟสินะ ดร.เลยเปิดประตูบ้านให้เข้าข้างใน ชินอิจิขอบคุณดร.ตามมารยาทที่ช่วยเป็นธุระให้ แล้วเชิญชวนไปดื่มกาแฟด้วยกันเป็นมื้อเช้า ดร.ผู้ปกติมีเวลาว่างเหลือเฝือและไม่เคยปฏิเสธคำชวนของชินอิจิ แต่วันนี้กลับทำหน้าตาตื่น และหลีกเลี่ยงคำชวนเป็นพลันวัน

"ม่ะ ไม่ๆๆ ไม่เป็นไรอ่ะชินอิจิคุง วันนี้พอดี..เอ่อ...พอดีมีธุระต้องออกไปข้างนอกแต่เช้าหน่อย ฮ่ะๆๆ พอดีเพื่อนร่วมรุ่นเขาจะแต่งงานน่ะ"

"แต่งงาน? เพื่อนรุ่นดร.ป่านนี้ยังจะมีงานแต่งงานกันอีกเรอะ? "

"อ๋า..เอ่อ พอดีคนแต่งเป็นรุ่นน้องของเพื่อนของเพื่อนอีกทีไง เหอๆๆๆ สำคัญมาก อ๋า ตายล่ะ ปานนี้แล้วเรอะเนี่ย?" ดร.เหล่มองนาฬิกาที่ข้อมืออวบๆของตัวเองแล้วทำหน้าเหรอหรา พูดจาวกวนออกมาสองสามประโยค ตัดจบลงโดยขอตัวไปทำธุระสำคัญที่ว่าก่อนท่ามกลางความงุนงงของชินอิจิที่ยังยืนถือถุงขวดกาแฟอยู่

ดร.ร่างพลุ้ยวิ่งย้ายพุงตัวเอง ไปยังรั้วหน้าบ้านอย่างทุลักทุเล อีกก้าวนึงจะพ้นอาณาเขตบ้าน ก็พลันเอี้ยวหน้ากลับมา ตะโกนลั่นเข้ามาว่า

"เฮ้ เจ้าชินอิจิ อย่าพึ่งเข้าไปในห้องหนังสือเด็ดขาดเลยนะ!"

"เห? อะไรนะดร.?" ชินอิจิถามกลับ

"บอกว่าอย่าพึ่งเข้าไปในห้องหนังสือ" ดร.หยุดยืนคุย แต่ก็ยังวิ่งเหยาะๆอยู่กับที่ ให้คนดูรู้ว่า เนี่ย รีบอยู่นะเฟ้ย

"ทำไมล่ะ?"

"เอาน่า อย่าพึ่งเข้าไปนะ จ้าก ฉันไปละ จะทันมั้ยเนี่ยยยยย~~~~~"

ร่างหนาๆพลุบหายไปหลังกำแพง รั้วเหล็กฝั่งบ้านดร.ดังก้องแก้ง แล้วเสียงสตารท์เจ้ารถเต่าก็ตามมาอีกไม่นาน....


***

ชินอิจิเดินเข้ามาวางถุงมินิมาร์ทบนเคาท์เตอร์ครัว หยิบขวดกาแฟออกมา ก้นขวดกระทบหินแกรนิตหน้าโต๊ะดังแกร๊ง ขนมปังและของคบเคี้ยวสองสามอย่างตามออกมาติดๆกัน ขย้ำถุงเปล่าดังกร๊อบแกร๊บยัดเข้าไปในลิ้นชักใต้ซิงค์น้ำ

กาไฟฟ้าเปิดสวิทซ์ไว้ก่อนออกจากบ้าน ตอนนี้น้ำจึงเดือดจี๋พร้อมใช้ ชินอิจิแกะแผ่นพลาสติกซีลฝาขวดกาแฟออก เอื้อมมือหยิบแก้วกาแฟจากชั้นวางมาสองใบ ของตัวเองหนึ่ง ของเจ้าฮัตโตริหนึ่ง

ของเจ้าฮัตโตริ....

จริงสิ ตั้งแต่เข้ามาในบ้านยังไม่เห็นเจ้าฮัตโตริเลยนี่หนา?

ชินอิจิหันไปทางประตูครัวที่เปิดอ้าอยู่ ตะโกนขานชื่อเพื่อนตัวเองออกไป เสียงเรียก ฮัตโตริ ดังก้องไปมาระหว่างกำแพงบ้านลากเสียง ริ ริ ริ ชวนขัน แต่ไม่มีเสียงของเจ้าของชื่อตอบกลับมา

ชินอิจิเรียกซ้ำอีกครั้ง และหลายๆครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะได้ยินเสียงตอบกลับ ชินอิจิผละออกมาจากครัว เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องทานอาหาร ห้องรับแขก ไม่มีวี่แววเพื่อนของเขาอยู่ที่ไหนสักแห่ง ชินอิจิออกมายืนอยู่กลางห้องโถงซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของบ้าน ตะโกนเรียกชื่อซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงอันดัง เช่นเดิม มีเพียงเสียงตัวเขาเองที่สะท้อนแว่วตอบกลับมา ไม่มีเสียงอะไรอื่นเลยนอกจาก...

"แบ้ก แบ้ก!"

หา?

ชินอิจิหยุดยืนนิ่ง เสียงเมื่อกี้อะไรน่ะ? นักสืบหนุ่มกวาดตามองไปรอบบ้าน ปิดปากเงียบสนิท เปิดประสาทการได้ยินเต็มที่แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงเข็มนาฬิกากระดิก

เมื่อทุกอย่างเงียบเชียบ ชินอิจิจึงเปิดสัญญาณขึ้นอีกครั้ง เขาขานชื่อเบาๆ "ฮัตโตริ"

"แบ้ก แบ้ก"

เฮ่ย!?

ไม่ได้หูฝาดไป เสียงนี้มีจริงๆ ดังอยู่ในบ้านเขานี่แหล่ะ ชินอิจิหันหัวไปทางทิศต้นเสียงนั่นทันที สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเขาคือประตูห้องหนังสือที่ปิดสนิท

เอ...แปลกจัง เราไม่เคยปิดประตูห้องหนังสือนี่นา เพราะเป็นห้องที่เข้าออกบ่อยสุดในบ้าน ประตูใหญ่ หนาและหนักเป็นของน่ารำคาญหากจะเปิดปิดบ่อยๆ ชินอิจิเลยชอบที่จะเปิดมันทิ้งไว้อย่างนั้น

"เฮ้ เจ้าชินอิจิ อย่าพึ่งเข้าไปในห้องหนังสือเด็ดขาดเลยนะ!"


ประโยคที่ดร.พูดเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัวทันที ในห้องนี้มีเหตุผลอะไรที่ห้ามเราเข้าไปเจอหรือไง? หรือว่าเหตุผลที่ว่าก็คือเจ้าเสียงนี้?


วงจรพิเคราะห์ของชินอิจิหยุดกึกทันที เมื่อเสียงรบกวนดังขัดขึ้นมา แคร่กๆๆๆๆ เสียงของแข็งเล็กๆกลุ่มหนึ่งข่วนประตูไม้ห้องหนังสือจากฝั่งข้างใน


ชินอิจิออกแรงดึงหูประตูทองเหลืองเย็นเฉียบบนบานไม้สีน้ำตาลไหม้แผ่นใหญ่เข้าหาตัว ขอบประตูผละออกจากวงกบเป็นเสียง ครึ่ก หนักๆ แสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้าในห้องหนังสือทอออกมาเป็นเส้นยาวแลเห็นไอฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ในลำแสงนั้น และสิ่งหนึ่งที่เผยออกมาให้เห็นด้วยก็คือ.....


"เฮ้ย!!!"


***


"แบ้กๆๆ หงิงๆ"


สัตว์ประหลาดตัวเตี้ยแค่คืบ หน้าตาคล้ายหมวกแก๊ปสีขาวปีกหมวกสีเขียวมีขายื่นออกมาข้างล่าง4ข้าง....เฮ่ย จะบ้าเหรอ? ตัวอะไรจะพิกลรูปได้ขนาดนั้น? นี่มันหมวกของฮัตโตรินี่นา? ชินอิจิทรุดตัวลงไปนั่งชันเข่า มือยื่นหยิบหมวกเจ้าปัญหาออกจากสิ่งมีชีวิตตรงหน้า


เจ้าของร่างที่ถูกหมวกแก๊ปใบใหญ่คลุมมิดตัว คือลูกหมาขนปุยสีน้ำตาลหน้าตาดุๆ ขัดกับประกายตาสีฟ้าใสซื่อที่จ้องเป๋งมายังชินอิจิ ดูท่ามันดีใจมากเมื่อสิ่งบดบังทัศนียภาพหายไป เมื่อช่องประตูกว้างพอให้ร่างเล็กๆของมันลอดออกมาได้ เจ้าขนปุยสี่ขาก็วิ่งส่ายหางดิ๊กๆเข้ามาที่ปลายเท้าชินอิจิทันที


"เจ้าหมานี่มาจากไหนเนี่ย?" ชินอิจิยังงงอยู่ นี่เหรอคือสิ่งที่ดร.พยายามซ่อนเขาเอาไว้ แต่แค่ลูกหมาตัวกระจิ๊ดทำไมต้องทำท่าให้ดูเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นด้วยเล่า? ชินอิจิตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองอีกครั้ง รู้สึกตัวอีกทีเจ้าหมาน้อยก็ขึ้นมากระดิกหางอยู่บนตักเขาซะแล้ว


ชินอิจิผงะตัวออกมาด้วยความตกใจเล็กๆ เจ้าสี่ขาตัวนี้นอกจากวิสาสะขึ้นมาบนตักเขาแล้ว ยังซุกๆไซ้ๆหน้าเข้าไปในแจ๊คเกตเขาอีก เมื่อก้มลงมองดูก็เห็นแค่ช่วงเอวของมันส่ายไปส่ายมา เพราะหางที่แกว่งไม่หยุด


"พอได้แล้วเจ้าตัวดี" สองมือชินอิจิหิ้วปีกที่รักแร้ขาหน้ามันทั้งสองข้าง อุ้มออกมายกกลางอากาศ สายตาทั้งคู่อยู่ระดับเดียวกัน


"เจ้านายของแกคือฮัตโตริล่ะสิ เอาล่ะ มาตามหานายของแก ถามกันได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพาแกมาด้วยทำไม" ชินอิจิทำหน้าขึงขัง แต่feedbackที่ตอบกลับมาคือหางเล็กๆยังสั่นๆๆไม่ยอมหยุด ขาหน้าตะกุยไปมากลางอากาศ ส่วนศรีษะก็พยายามยื่นเข้าหาชินอิจิอยู่นั่น


ชินอิจิอุ้มเจ้าตัวเล็กไว้แนบอกข้างหนึ่ง เหมือนมันจะพอใจ พอได้ชิดกับร่างชินอิจิเท่านั้นก็หยุดดิ้นและอิงแอบกับตัวชินอิจิโดยดี นักสืบหนุ่มเปิดประตูจนสุดให้อ้าค้างไว้แล้วเข้าไปในห้องหนังสือ คิดว่าในนั้นคงมีเพื่อนของตัวเองกำลังนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องราวอยู่ เพราะประตูนี่ก็หนาเอาการ เสียงลอดเข้าไปยากตามแบบห้องหนังสือที่ดีที่ต้องเงียบและเก็บเสียง


ห้องสมุดทรงกลมที่มีวอลล์เปเปอร์ประดับผนังเป็นหนังสือกว่าหมื่นเล่มวางเรียงรายเป็นทิวแถว นอกนั้นมีเพียงโต๊ะทำงานตัวใหญ่หนึ่งตัวเท่านั้น เพียงไม่เกิน3วินาทีก็กวาดตาได้ทั่วและรู้ว่าในห้องนี้ไม่มีใครคนใดอยู่เลย


ชินอิจิกวาดตามองซ้ำๆอีกหลายๆครั้ง ทุกครั้งผลก็คือไม่มีใครอยู่ในห้องนี้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าหมาน้อยอยู่ในห้องนี้ตัวเดียวสินะ ชินอิจิคิดพลางเดินวนรอบห้องทรงกลม เมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งของโต๊ะใหญ่ ชินอิจิก็เห็นข้าวของกองเรี่ยราดอยู่กับพื้น


"นี่มัน? กระเป๋าเสื้อผ้าของฮัตโตริและ......เสื้อผ้า?" ชินอิจิลงไปนั่งข้างๆกลุ่มของ มือข้างนึงยังโอบเจ้าตัวเล็กอยู่ซึ่งตอนนี้นิ่งไปแล้วเพราะได้ที่พอเหมาะพอเจาะ


กลุ่มของที่ว่ามีกระเป๋าเสื้อผ้ารูดซิปปิดสนิทและกองเสื้อผ้าอยู่ข้างนอกระเกะระกะ ชินอิจิเปิดซิปดูข้างในกระเป๋า ทุกอย่างยังจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ผ้าข้างบนสุดพับเรียบและอยู่ตำแหน่งพอดีกับขนาดกระเป๋า แสดงว่ากองเสื้อผ้าข้างนอกไม่ได้ออกมาจากกระเป๋าใบนี้ ชินอิจิจำเสื้อแจ๊คเกตของฮัตโตริได้ ดังนั้นเสื้อผ้าชุดนี้ต้องเป็นของฮัตโตริแน่นอน ถ้าอย่างนั้นนี่เป็นชุดที่ฮัตโตริใส่มา? แล้วทำไมถึงได้มากองอยู่อย่างนี้ล่ะ?


มีทั้งเสื้อนอก เสื้อใน และกางเกง เข็มขัด.....เมื่อจับดูชินอิจิรู้สึกถึงรอยชื้นอุ่นๆอยู่บางส่วนของเสื้อผ้า ก้มลงไปมองใต้โต๊ะทำงานเห็นแก้วกาแฟนอนขวางอยู่ นักสืบหนุ่มหยิบหลักฐานออกมาจากที่เกิดเหตุแล้วพิเคราะห์ เราไม่เคยใช้แก้วใบนี้ในห้องสมุดเพราะเป็นแก้วสำหรับแขก แก้วนี้ใครใช้? ฮัตโตริ แต่แก้วใบนี้เราเก็บไว้ในตู้เก็บแก้ว หากฮัตโตริหยิบเองก็น่าจะหยิบแก้วที่คว่ำอยู่ข้างอ่างล้าง ไม่น่าจะรู้ว่าแก้วสำหรับแขกอยู่ตรงไหน ใครหยิบให้? คนที่รู้จักบ้านหลังนี้ดีนอกจากเรา? ดร.?


ชินอิจิยื่นจมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นอายในแก้ว แก้วนี้ยังมีไออุ่นอยู่ ไม่มีคราบ ไม่มีกลิ่น ข้างในต้องเป็นน้ำร้อนที่เราตั้งต้มไว้ก่อนออกไปซื้อของแน่ๆ แสดงว่าดร.เอาน้ำร้อนใส่แก้วนี้ให้ฮัตโตริดื่มในห้องนี้สินะ? อืม.....


"ชิ้ว!"


เห? ชินอิจิตื่นจากภวังค์ เพราะเสียงฮัดชิ้วเบาๆจากใต้วงแขน เจ้าตัวเล็กที่เหน็บไว้ข้างตัวทำท่าฟุดฟิดเหมือนคันจมูกแล้วฮัดชิ้ว ออกมาอีกครั้ง


"เจ้าตัวดี นี่แกเป็นหวัดงั้นเหรอ?"


ชินอิจิยกมันขึ้นมาจ้องตากันอีกครั้ง ดวงตาฟ้าใสแต้มจุดเล็กๆสีดำยังจ้องเป๋งใสปิ๊งมายังนักสืบหนุ่มตรงหน้า แต่ปลายจมูกมีของเหลวใสซึมๆออกมา พอออกมากลางอากาศเย็นๆเพียงชั่วไม่กี่วินาที มันก็ตะกุยขาพยายามกลับเข้าไปซุกในอ้อมแขนชินอิจิอีก


ในที่สุดนักสืบหนุ่มก็ดึงดันความเอาแต่ใจของเจ้าตัวเล็กขนปุยสีน้ำตาลไม่ไหว มันได้กลับไปซุกในอ้อมแขนชินอิจิอีกครั้ง อากาศตอน8โมงอุ่นขึ้นมาก แต่ฤดูนี้ก็ยังหนาวๆอยู่ดี ชินอิจิผละออกจากห้องหนังสือไปห้องครัวเพื่อชงกาแฟที่ทำค้างไว้ต่อ


***


เสียงช้อนกระทบขอบแก้วดังกริ๊งกรั๊ง กาแฟวนหมุนติ้วเป็นวังน้ำวนขนาดย่อม เจ้าตัวเล็กไม่ยอมผละออกจากชินอิจิเลย ชินอิจิจึงต้องกระเตงมันไปชงกาแฟไปอย่างช่วยไม่ได้


"แปลกจัง เจ้าฮัตโตริไปไหนนะ?"


"แบ้ก แบ้ก"


"หือ?" เจ้าขนปุยยื่นหน้าออกมา โชว์ลิ้นสีชมพูอ่อนแล่บเลยปาก กระดิกหางดิ๊กๆ


"มีอะไร? ปวดฉี่รึไง?" ชินอิจิถาม เจ้าขนปุยสี่ขาจ้องหน้าชินอิจิ ตะแคงคอนิดๆ แล้วมุดหัวเข้าไปซุกอ้อมแขนต่อ


ชินอิจิจิบกาแฟชงเสร็จร้อนๆบนโต๊ะทานข้าวขนาด8ที่นั่ง ลูกหมายังซุกอยู่ที่เดิมและท่าจะหลับไปซะแล้ว ทำให้ชินอิจิมีเวลาตรึกตรองเงียบๆ ป่านนี้แล้วเจ้าฮัตโตริยังไม่โผล่หัว ไปไหนของมันนะ?


จะว่าไป ถึงยังไม่ได้เจอเจ้าฮัตโตริ แต่วันนี้ก็มีเรื่องแปลกๆเยอะอยู่เหมือนกัน ชินอิจินั่งทบทวนเหตุการณ์เมื่อเช้า ตั้งแต่ลงมาจากห้องนอน.....ออกไปซื้อของ......ประตูบ้านไม่ได้ล็อก....ท่าทีแปลกๆของดร.....คำเตือนปริศนา......ฮัตโตริที่หายไป......เจ้าลูกหมาในห้องสมุด......กระเป๋าและเสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น......แก้วกาแฟสำหรับใส่น้ำอุ่น........หวัด......


ฉับพลันวงจรประหลาดก็แว่บเข้ามาในหัวชินอิจิ ชินอิจิหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ บ้าน่า เหอๆๆ เรื่องพรรค์นี้จะเป็นไปได้ยังไร?


ชินอิจิสร้างสถานการณ์สมมุติขึ้นมาในหัว โดยเรียงลำดับเหตุการณ์เมื่อครู่และใส่เหตุผลเสริมเข้าไป ฮัตโตริมาถึงบ้านตอนที่เขาออกไปซื้อกาแฟ ดังนั้นกดกริ่งเท่าไหร่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ เข้าบ้านก็เข้าไม่ได้ ลมพัดวูบไปมาทำให้หวัดที่เป็นอยู่ออกอาการไปใหญ่ ฮัตโตริหงุดหงิดเดินไปกดกริ่งบ้านดร. กะว่าขอเข้าไปข้างในหลบอากาศหนาว แต่ดร.มีกุญแจบ้านเราอยู่ เลยพากันเข้าไปรอในบ้านเรา เราไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ ข้างในบ้านจึงยังเย็นเฉียบ ทั้งคู่ตัดสินใจไปนั่งรอในห้องหนังสือที่อุ่นกว่าห้องอื่นเพราะมีหน้าต่างบานใหญ่บนเพดานให้แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาได้ อาการหวัดของฮัตโตริยังไม่ดีขึ้น ดร.จึงเข้าไปหาอะไรอุ่นๆให้ในครัว แต่กาแฟก็ไม่มี น้ำชาก็หาไม่เจอ เจอแต่น้ำร้อนที่เดือดอยู่ในกา ฮัตโตริรับน้ำร้อนมาจิบให้ร่างกายอุ่นขึ้นเพื่อทุเลาอาการหวัด ดร.เห็นฮัตโตริไม่สู้ดีเลยเสนอยาให้กิน......


..........


ชินอิจิหยุดวงจรความคิดตัวเอง ไม่น่า เรื่องที่เขาจะคิดต่อไปนี้มันออกจะเกินสามัญสำนึกของคนทั่วไปอยู่อักโข เป็นไปไม่ได้ แต่ว่าเรื่องที่เกิดรอบๆตัวเขาก็ไม่เห็นจะอยู่ในสามัญสำนึกของคนทั่วไปสักเรื่องนี่หว่า...?


..........


......ฮัตโตริรับยามาอย่างว่าง่าย แต่หลังจากกินเข้าไปแทนที่ร่างกายจะรู้สึกดีขึ้น กลับร้อนรุ่มราวไฟเผา ฮัตโตริดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานอยู่กับพื้นห้อง ดร.ยืนตาค้างขาแข็งมองเหตุการณ์ข้างหน้าด้วยความตระหนก เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลง สิ่งที่เหลืออยู่ในกองเสื้อผ้าคือ.....


"ไอ้ตัวนี้เนี่ยนะ???"


ชินอิจิถามย้ำกับตัวเองว่าแน่ใจแล้วเรอะที่สมมุติฐานมันออกมาเป็นแบบเนี้ย? ไอ้ขนปุยสี่ขาที่ซุกหน้าอยู่กับเอวเขาเนี่ยจะเป็นเจ้าฮัตโตริได้เรอะ? ฮ่ะ ฮ่าๆๆ ชินอิจิหัวเราะเยาะตัวเองและปรามาสกับความคิดพิลึ่กพิลั่นไร้สาระ


แต่ทำไมดร.ถึงทำตัวหลุกหลิกดูมีพิรุธแล้วรีบเผ่นแพล้วออกจากบ้านไปล่ะ?


ทำไมดร.ถึงห้ามให้เขาเข้ามาในห้องนี้ล่ะ?


ถ้าเกิดว่าดร.เกิดอุตริ เอาสูตรยาที่ไฮบาระทำสำเร็จมาดัดแปลง แล้วฮัตโตริโผล่มาประจวบเหมาะในจังหวะที่กำลังต้องการคนทดลองยาพอดี สูตรยาที่ดร.ประดิษฐ์ขึ้นอาจคำนวนผลลัพท์เป็นอย่างอื่น แต่กลายเป็นผิดพลาดมาซะอย่างนี้?


เฮ้ยๆๆ ?


ชินอิจิขมวดคิ้วจ้องมองสะโพกสีน้ำตาลที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมา จริงง่ะ? ตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่? แกเป็นใครกัน?


ชินอิจิควานหามือถือในกระเป๋าเสื้อสูทนักเรียน เข้าเมนูบันทึกเบอร์โทรศัพท์ แล้วกดเรียกใช้เบอร์ของดร.ทันที


ตู๊ด....................ตู๊ด.......................แก๊ก


"ฮัลโหล"


"ฮัลโหล ดร.อยู่ที่ไหนน่ะ ผมมีเรื่องอยาก..."


"หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ต๊อด..........ต๊อด..........."


"............."


หึๆๆๆ ขำมากดร. ขำมาก โอเปเรเตอร์เครือข่ายไหนใช้เสียงตาแก่วันปลายคนมาตอบรับเนี่ยห๊ะ? ชินอิจิตั้งมือถือของตัวเองไม่โชว์เบอร์เวลาเรียกเข้าเครื่องคนอื่น ดร.เลยเผลอรับสินะ หลักฐานสำคัญคือ พอชินอิจิเรียกใช้เบอร์อีกครั้ง กลายเป็นว่ามือถือปลายสายปิดเครื่องไปเสียแล้ว


ถึงจะสอบถามอะไรไม่ได้แต่แน่ๆคือดร.กำลังจงใจหนีเขาอยู่เด็ดๆ และถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆคงไม่หัวซุกหัวซุนขนาดนี้ ป่านนี้ซิ่งเจ้าเต่าเผ่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


"ชิ้ว"


ร่างๆเล็กในอ้อมแขนสั่นอีกครั้งด้วยแรงจาม ชินอิจิอุ้มมันออกมาไว้บนโต๊ะ พอเจอพื้นกระจกปูโต๊ะเย็นเฉียบก็ทำท่าจะตะกุยหนี ชินอิจิเอาผ้าแถวนั้นมาปูให้ถึงยอมนั่งป้อแต่โดยดี


"เอาล่ะ นายเป็นใครกันแน่? หมาน้อยธรรมดาๆแน่รึเปล่า?"


เจ้าตูบเอียงคอทำตาแป๋วใส่


"นั่นสิเนอะ ฮ่าๆ เราคิดมากไปได้ ไม่มีทางเป็นเจ้าฮัตโตริไปได้อยู่แล้ว"


"แบ้กๆ!"


เฮ่ย


เจ้าตัวดีสี่ขากระดิกหางดิ๊กๆ ทำหน้าแป้นแล้นใส่ ตาบ้องแบ้วหนักกว่าเดิม ปฏิกิริยานี่มันอะไรกัน?


"................ฮัตโตริ?"


"แบ้กๆ!"


"..............ฮัต.......โตริ?"


"แบ้กๆๆ!"


เจ้าหมาน้อยผุดลุกผุดนั่งทำท่าอยู่ไม่สุข แล่บลิ้นออกมาตาจ้องเป๋งหอบแฮ่กๆเหมือนใจลุ้น


ชินอิจิลองเรียกชื่อคนอื่นที่รู้จัก ชื่อที่เคยอ่านในหนังสือ ชื่อดาราในโทรทัศน์ไปจนถึงชื่อที่คิดขึ้นเองสดๆ แต่ไม่มีชื่อไหนมีปฏิกิริยากับเจ้าหมาน้อยเลยนอกจากขื่อ........ฮัตโตริ


"แบ้กๆๆ!!!"


".....................นี่ แกคือเจ้าฮัตโตริจริงๆน่ะ?"


"โฮ่ง!!"


***


เสียงกร๊องแกร๊งดังในครัวอีกครั้ง เจ้าหมาน้อยหรือ....เอ่อ ฮัตโตริสินะ ยืนกระดิกหางอยู่ข้างๆ นักสืบหนุ่มเจ้าของบ้านกำลังชงกาแฟถ้วยใหม่ให้กับแขก4ขาของตัวเอง เจ้าขนปุยข้างล่างดูเหมือนจะรู้ดี เอาขาหน้าตะกุยๆเท้าชินอิจิเป็นพลันวัน


ถ้าเจ้านี่เป็นฮัตโตริจริง จะวางแก้วบนพื้นแล้วให้เลียแบบสุนัขทั่วไปก็เสียมารยาทสินะ ยังไงเขาก็"เคย"มีศักดิ์เป็นคนมาก่อน ชินอิจิเอากาแฟร้อนที่พึ่งชงเสร็จวางลงบนโต๊ะ แล้วอุ้ม "เพื่อน" ของเขาตามขึ้นไป เอาขนมออกจากห่อเทลงบนจานวางข้างๆกัน


เจ้าหมาน้อยขึ้นไปนั่งป้อบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย มีมารยาทผิดกับลูกหมาทั่วไป จมูกดมของเหลวสีน้ำตาลแก่ในแก้วฟุดฟิด ทำท่ายงโย่ยงหยก เดี๋ยวยื่นหน้าเข้ายื่นหน้าออก ชินอิจิรู้ได้ว่าคงเพราะน้ำที่พึ่งออกมาจากกาเดือดจัด จึงยกแก้วขึ้นมาเป่าให้สักพักแล้ววางลงไปที่เดิม เมื่ออุณหภูมิลดลง เจ้าลูกหมาน้อยก็เลียปริ่มผิวหน้าที่เย็นลงได้


ชินอิจิมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเง็งๆไม่หาย เขาไม่เคยเห็นหมาหรือลูกหมาตัวไหนดื่มกาแฟเข้มปี๋ได้อย่างนี้มาก่อน และการจัดการของกินก็เรียบร้อยผิดวิสัย มันไม่ลากขนมออกมานอกจานเลย เศษสักกระผีกไม่มีกระเด็น แถมค่อยๆเล็มจัดการเป็นชิ้นๆไปไม่ตะกละตะกลามมูมมาม


"เอ่อ? อิ่มแล้วใช่มะ?"


ชินอิจิเริ่มสนทนาเห็นว่าแขกของตนอิ่มหมีพีมันดีแล้ว


"นาย....มีอะไรอยากจะบอกฉันมั้ย?"


ลิ้นเล็กๆเลียเศษขนมปังรอบปากแผลบ


"ถ้าพูดไม่ได้ แล้วจะสื่อสารไงเนี่ย? เขียนได้มั้ย? ฉันจะไปเอากระดาษกับดินสอมาให้"


ฮัตโตริโหมดสี่ขาไม่ตอบอะไรกลับมา แหงล่ะ พูดได้ไงเล่า แต่ใช้4ขาสั้นๆเดินเตาะแตะมาทางชินอิจิ กระโดดลงตักปุ๊กแล้วซุกลงเอวเหมือนเคย


"นี่! อย่าพึ่งมาหาที่หลับตอนนี้ จะเอายังไงก็ตกลงกันก่อน ฉันไม่กล้าบอกพ่อแม่นายนะว่านายมากลายเป็นลูกหมาที่บ้านฉันเนี่ย"


เจ้าของปัญหาทำท่าไม่ยินดียินร้าย ขดตัวนอนเงียบ ชินอิจิอดฉุนขึ้นมาไม่ได้ เลยเปลี่ยนที่ทางให้เจ้าฮัตโตริ4ขาหันหน้าออกมาจากชายเสื้อ ร่างเล็กๆม้วนตัวเป็นวงกลมเหมือนกระจุกไหมพรมสีน้ำตาลขดใหญ่ จมูกหายเข้าไปในขาหน้า ดวงตากลมโตปิดลงปี๋เป็นเส้นโค้ง ท่าทางเปี่ยมสุขเต็มประดา สุขเสียจนชินอิจิเกรงใจ ไม่กล้ารบกวน


"นี่นายไม่ยินดียินร้ายเลยเหรอเนี่ย? เรื่องใหญ่นะเฟ้ย"


***


เมื่อจัดการปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆในครัวเรียบร้อยแล้ว ชินอิจิก็ย้ายแหล่งพำนักมายังห้องนั่งเล่นที่มีชุดโซฟาหนานุ่มขนาดใหญ่ ทั้งที่ยังไม่ผ่านพ้นครึ่งวันแรก แต่กลับรู้สึกเหนื่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ชินอิจิทรุดลงบนเบาะผ้านวมอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรง


เจ้าตัวปัญหาใหญ่ก็ยังขดตัวซุกอยู่กับตัวเขาท่าเดิม ชินอิจิกระเตงก้อนเนื้ออุ่นๆบุขนปุยไปไหนมาไหน มันก็ไม่มีวี่แววว่าจะตื่น หลับสบายใจเฉิบเสียจนน่าหมั่นไส้


"ดร.เองก็หนีหายไปเลย หนีไปแต่เช้าแบบกะทันหันอย่างนี้คงไม่ได้กะหนีความผิดหายหน้าไปตลอดชีวิตหรอก น่าจะเดินทางไปหาเพื่อนหรือหาวิธีทำยาแก้เสียมากกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแค่รอเวลาเท่านั้น"


ประสาทเริ่มทำงานอืดขึ้นๆจนเชื่องช้า เจอเรื่องประหลาดให้สมองทำงานอย่างหนักไปหลายยก แถมยังฝืนตื่นแต่เช้าอีก เมื่อร่างกายได้จังหวะผ่อนคลายสบายๆ หนังตาก็หนักขึ้นๆจนยากจะขืน


"....นี่ เจ้าฮัตโตริ เกิดคืนร่างเดิมไม่ได้ก็อย่ามาโทษฉันล่ะ..."


ภาพเบื้องหน้าชินอิจิเริ่มเบลอและค่อยๆมืดลง หลังที่พิงอยู่กับผนักไหลเลื่อนลงราบไปกับเบาะ กองหมอนอิงระเกะระกะวางอยู่ในตำแหน่งหนุนหัวพอดิบพอดี ลูกหมาไหลจากเอวมากองอยู่ข้างๆอก ปุยขนมีกลิ่นกาแฟฟุ้งออกมาแตะจมูกทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าปอด


...ถ้าเกิดกลับไม่ได้จริงๆจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย...อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันรับเลี้ยงนายน่ะ...


............นั่นสิ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะทำยังไงดีน้...า.................า...............


เปลือกตาสีขาวนวลก็พริ้มปิดสนิท ห้องกลับสู่ความเงียบกริบ แว่วเพียงเสียงเข็มนาฬิกา และ2ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเบาๆ


***


เสียงดังแว่วมาจากความมืดไกลๆ จากที่จับความไม่ได้ ก็ค่อยชัดเจนขึ้นๆ...ชัดเจนขึ้น...


"คุโด้ เฮ้!"


ดวงตาปรือขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงมาเขย่าไหล่ เมื่อดวงตาเบิกกว้าง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ปลุกให้สติชินอิจิเปิดเต็มที่ทันที


"ฮัตโตริ?"


ชินอิจิลุกขึ้นพรวดจนคนเบื้องหน้าผงะถอยหลัง ฮัตโตริ? คนตรงหน้าเขาคือฮัตโตริจริงๆ


"นี่ดร.กลับมาให้นายกินยาแก้พิษแล้วเหรอ?"


"หือ? ยาแก้พิษอะไร?"


"ก็นายกลับร่างเดิมแล้ว"


"หา??? ร่างเดิมอะไรน่ะ?"


ทั้งคู่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกใส่กัน


"ก็กลับจากร่าง...."


"แบ้กๆ"


"อ้าว มาเล่นอยู่ตรงนี้กับคุโด้เองเรอะแก?"


ลูกหมาขนปุยวิ่งออกมาจากใต้โต๊ะ เมื่ออาการหวัดดีขึ้นและได้พักผ่อนเต็มที่ก็ดูเหมือนไปวิ่งออกกำลังกายสำรวจห้องนี้เสียทั่ว ขาสั้นๆพาร่างสั่นหางดิ๊กๆไปหาฮัตโตริ ฮัตโตริใช้มือเดียวจับหนังต้นคอยกมันขึ้นมา เมื่อสายตาอยู่ระดับเดียวกัน มันก็พยายามยื่นลิ้นสีชมพูสั้นๆไปเลียจมูกหนุ่มโอซาก้าอย่างดีอกดีใจ


"ขอโทษนะคุโด้ เจ้าตัวนี้คงไม่ได้กวนนายหรือทำข้าวของเสียหายใช่มั้ย? ฉันเผลอทิ้งมันไว้ข้างล่างตัวเดียวน่ะ"


ชินอิจิยังนั่งแข็งทื่อด้วยอาการงุนงงสุดฤทธิ์ เฮย์จิโบกมือไปมาหน้านักสืบตะวันออกเช็คว่าสติยังอยู่กับตัวรึเปล่า


"เอ่อ เจ้าลูกหมานี่.....?"


"อ้อ ใช่ๆ น่ารักใช่ม้า เหอๆๆ" เฮย์จิเหวี่ยงลูกหมาลงไปบนตักชินอิจิดังปุ


"เอ่อ.....คือ....."


"มีอะไรเรอะคุโด้ ท่าทางงั่กๆเงิ่นๆ ไม่สบายรึเปล่า?"


"ฉันน่ะ สบายดี แต่นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย?"


"หา?"


"นี่ นายหายหัวไปไหนมา แล้วทำไมเสื้อผ้าถึงไปกองอยู่ในห้องสมุด ทำไมดร.ถึง..."


"โอ่ย ใจเย็นๆ ถามทีละอย่างสิ รวดเดียวงี้ใครจะไปตอบไหว"


"เออ งั้นตอบฉันมาว่าตั้งแต่โผล่หัวมาที่นี่นายทำอะไรมั่ง"


"ก็พอฉันมาถึงนี่ กดกริ่งเท่าไหร่นายก็ไม่ออกมา เลยไปบ้านดร. คุณตาแกก็มาเปิดประตูบ้านนายให้"


อืม ตรงนี้เหมือนสมมุติฐานที่ตั้งเอาไว้ แต่ต่อมาล่ะ.....


"พอเข้ามา ในบ้านก็เย็นเจี๊ยบ แถมเจ้าลูกหมาทำท่าไม่สบาย ดร.เลยให้เข้าไปรอในห้องสมุดที่มีแสงแดดส่อง พอเห็นว่าฉันตากอากาศเย็นมานานก็เข้าไปในครัวหาของกินอุ่นๆให้ ได้น้ำร้อนกลับมาแก้วนึง"


อืม ตรงนี้ก็ตรงอยู่ แต่ต่อมานี่สิ เริ่มเข้าปัญหาล่ะ.....


"พอกลับเข้ามาในห้อง คุณตาเห็นฉันเอาหมาขึ้นไปวางบนโต๊ะก็โวยวายใหญ่ บอกว่าบนโต๊ะมีแต่หนังสือสำคัญทั้งนั้น รีบวิ่งเข้ามาให้ฉันเอาหมาลงแต่ก็นะ จู่ๆดันลื่นพรืด"


อ๋า....?


"แก้วหลุดออกจากมือลอยละลิ่วมาทางฉันกับเจ้าหมานี่ ฉันรีบปัดให้หมาออกห่างทันที แต่กลายเป็นว่าน้ำร้อนทั้งแก้วมาราดฉันทั้งตัว แก้วกระเด็นไปลงตรงเก้าอี้พอดีเลยไม่แตก แล้วกลิ้งหลุนๆลงใต้โต๊ะ ไอ้ตัวฉันก็ร้อนเป็นบ้า ดร.บอกให้ฉันรีบถอดเสื้อผ้าออก แล้วไปราดน้ำเย็นในห้องน้ำ"


.................เหอๆๆ..............ดร.เอ๊ย...............ถึงจะเดาไม่ถูกเป๊ะ แต่ก็เป็นตัวต้นเหตุจริงๆด้วย


"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?"


"โอ๊ย ฉันก็วิ่งไปถอดเสื้อผ้าไป น้ำเดือดปุดๆร้อนจะตายชัก เขวี้ยงผ้าไปซ้ายมั่งขวามั่งไม่รู้เรื่อง แถมบ้านนายก็โคตรใหญ่หาห้องน้ำไม่เจออีก ต้องวิ่งพรวดไปชั้นสอง เปิดฝักบัวเจอน้ำเย็นเจี๊ยบอีก โอย ตายๆๆ แทบชัก"


"....เหอะๆๆ...." ชินอิจิหัวเราะแห้งๆ ทำหน้าตาเซ็งโลก


"ไหนๆก็ไหนๆเลยเปิดน้ำอุ่นอาบน้ำมันซะเลย ออกมายืมเสื้อผ้าในห้องนอน แต่งตัวเสร็จเห็นเตียงนอนหลังเบ้อเริ่ม หนาวก็หนาว เดินทางมาทั้งคืน ง่วงก็ง่วงเลย...."


"หลับไปเลยสินะไอ้บ้า"


"ฮ่าๆๆๆ ก็มันช่วยไม่ได้นี่หนา คนมันง่วงอ่ะ" เฮย์จิหัวเราะหน้าเป็นขัดกับสีหน้าของชินอิจิสุดๆ "ตื่นมาก็ฟาดไปบ่ายสาม ลงมาเห็นนายนอนอยู่เลยเข้ามาปลุกนี่แหล่ะ แต่นแต้น จบจ้า หิวแล้วล่ะ ไปหาไรกินกันเหอะ"


"ไม่ต้องเลยแก หยุดก่อนเลย อีกอย่างนะ นี่หมาของแกเรอะ?" ชินอิจิชี้ลูกหมาที่กำลังใช้ฟันน้ำนมงับนิ้วเขาเล่นอย่างเมามัน


"อ้อ ใช่ก็ใช่ ไม่ดิ ไม่ใช่มั้ง ไม่เชิงอ่ะ"


"นี่ เอาไงกันแน่ฟะ!"


"ก็ไม่ใช่ของฉันแล้ว เพราะตอนนี้มันเป็นของนายแล้วไง"


"เออ ก็บอกมาแค่นี้ก็สิ้น.....เฮ้ย ว่าอะไรนะ!"


"ของขวัญไงๆ คุโด้ หมาพันธุ์นี้ดีกรีดีราคาแพงนา ท่าทางมันติดนายด้วย ดีออก เหอๆๆ"


"ไอ้#!@&$%"


แกร๊ก


เสียงกุกกักดังมาจากหน้าบ้าน ชินอิจิและเฮย์จิหันไปทางต้นเสียงฉับพลัน เห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ริมหน้าต่าง


"นั่นใครน่ะ!!" เฮย์จิตะโกนไปที่แขกแปลกหน้าไม่ได้รับเชิญ วิ่งถลาไปยังหน้าต่างบานดังกล่าวทันที


"เดี๋ยว ฮัตโตริ นั่นอาจเป็น..."


บานหน้าต่างเปิดผัวะอย่างแรง บุคคลลึกลับเซถลาลงไปจ้ำเบ้ากับพื้นสนาม ปากซี๊ดเจ็บเพราะระบม ใบไม้แห้งปลิวมาติดบนเสื้อกาวน์สีขาวเป็นลวดลาย


"อ้าว? ตา?"


"ฮ่ะๆๆ ฉันเองๆ"


".......ด็...อ.....ก......เ......ต......อ......ร์....." ชินอิจิโผล่เข้ามาในกรอบหน้าต่าง


"แหะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"


***


"ก็แหม ฉันกลัวชินอิจิคุงจะฆ่าฉันนี่หนา เห็นปกติหวงหนังสือในห้องยังกับไข่ในหิน"


"บ้าน่า! พูดอย่างกับผมฆ่าแกงใครได้ง่ายๆ ทำอะไรน่าสงสัยเพราะเหตุผลงี่เง่าพวกนี้ บ้าจริงๆ"


"แหม คุโด้ ตาเขาอุตส่าห์วิ่งไปหามาให้ใหม่สุดชีวิตแล้วนา อย่าไปด่าแกเลย"


ดร.ถูกจับมาสอบปากคำในบ้าน ได้ความว่าหลังจากฮัตโตริวิ่งออกจากห้องไปเพราะโดนน้ำร้อนลวก ดร.เหลือบไปเห็นหนังสือของชินอิจิโดนน้ำร้อนราดไปด้วยครึ่งเล่ม อารามตกใจจัดเพราะรู้ว่าคนบ้านนี้ถนอมหนังสือนิยายนักสืบยังกับอะไรดี ดร.เลยตัดสินใจรีบไปหาเล่มใหม่มาแทนเล่มเก่าก่อนชินอิจิจะรู้ตัว ส่วนเล่มที่เปียกน้ำเอาไปยัดๆซ่อนในชั้นหนังสือ แต่ชินอิจิเป็นคนที่ไหวพริบเฉียบแหลม ถ้าเข้ามาในห้องนี้ต้องรู้ทันทีแน่ว่าหนังสือหายไปจากโต๊ะ เลยพูดกันท่าไม่ให้ชินอิจิเข้าไปในห้อง รีบขับรถไปบ้านคนรู้จักที่มีนิยายเล่มนี้เหมือนกัน ขอซื้อต่อแล้วจะแอบเอามาวางคืนไว้ที่เดิม


"ตอนวิ่งออกมาจากห้องเห็นเสื้อผ้าถอดกองเรี่ยราดอยู่กับพื้น เลยเก็บๆแล้วโยนเข้าไปในห้องหนังสือ ตอนนั้นตกใจจัด ลืมหมดว่ามีลูกหมาอยู่ในห้อง แต่ไม่ต้องห่วงนะชินอิจิคุง ฉันได้หนังสือมาแล้วล่ะนี่ไง" ดร.ทำหน้ายิ้มแป้นภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง ชินอิจิก็ได้แต่ทำหน้าเซ็ง หัวเราะเหอะๆ


หลังจากนั้นดร.ขอตัวกลับไปนอนต่อที่บ้านเพราะเพลียจัด ทิ้งนักสืบหนุ่ม2คน หมาหนึ่งตัวและกลิ่นอายความวุ่นวายที่ยังฟุ้งๆไว้ในบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรป


"เรื่องแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ทำเอาฉันคิดเพ้อเจ้อไปไหนต่อไหนเลย ดร.บ้า"


"หือ? คิดไรเหรอ?"


"ไม่มีไรน่า ฮัตโตริ"


"แบ้กๆ"


"?"


เจ้าลูกหมาเดินเข้ามาคลอเคลียอยู่ที่ปลายเท้า ทำตาใสปิ๊ง


"...ฮัตโตริ"


"แบ้กๆ!"


อีกครั้ง มันจ้องเป๊งมาด้วยประกายมันวาวสดใส หน้าตาเปี่ยมความหวังเหมือนรออะไรสักอย่าง


"นี่ ไอ้ตัวนี้มันชื่ออะไรกันแน่เนี่ย?"


"ไม่มีชื่ออ่ะ ก็ไม่ได้คิดจะเลี้ยงเลยยังไม่ได้ตั้งเลย"


"ไม่มีชื่อ...แล้วทำไมมันถึงเห่าเวลาเรียกชื่อนายฟะ? ฮัตโตริ!"


"แบ้กๆ!"


"เฮ่ย ใครจะอุตริเอาชื่อตัวเองไปตั้งชื่อหมาเล่า"


"ก็เนี่ย หลักฐานตำตาอยู่โต้งๆ ไอ้ฮัตโตริๆๆๆ"


"แบ้กๆๆๆๆ!!"


"โถ่~~~~~~~มันไม่ได้เห่าเพราะนึกว่าเรียกตัวมันหรอกน่า อย่างนี้ฉันเสียหมด เฮย์จิประท้วง มันเหตุผลอื่นน่ะ ก็ฉันเป็นคนเอาลูกหมาตัวนี้เข้าบ้าน แม่ฉันไม่ชอบหมาเพราะกลัวไปตะกุยสวนที่เขาจัดเละเทะหมด บอกให้เอาไปปล่อย ฉันกะว่าจะเอามันมาให้นายเลยขอเลี้ยงไว้ก่อนจนกว่าจะได้มาโตเกียว แม่ฉันเขาก็เลยบอกให้ฉันดูแล ให้ข้าวให้น้ำ จัดการทุกอย่างเอง คราวนี้พอถึงเวลาให้อาหาร ถ้าฉันอยู่บนชั้นสองหรือนอนเล่นเพลิน แม่ก็จะตะโกนเรียกฉันให้ลงมาเอาข้าวให้มันกินตลอด"


"........มันก็เลยจำว่า หากได้ยินชื่อนายแล้วจะได้ของกินสินะ......"


"ใช่เลย นั่นแหล่ะ แต่มันฉลาดนะ เวลาเพื่อนมาที่บ้านเรียกฉันว่าฮัตโตริมันก็จำได้ หลังจากนั้นเวลาได้ยิน ไม่ว่าชื่อหรือสกุล มันก็รู้ว่าเป็นฉันหมด"


"หมาเห็นแก่กินนี่หว่า"


"โอ่ย~~~~~พูดอย่างนั้นก็เกินไป มันฉลาดออกน่า"


"แถมกินทุกอย่างไม่เลือก ขนมก็กิน กาแฟก็กิน ที่บ้านแกให้อะไรมันกินกันแน่ฟะ?"


"นั่นดิ.......บางวันฉันก็ขี้เกียจ เอาข้าวที่เหลือ ขนมที่เหลือให้มันกินมั่ง บางทีตอนเช้ามันได้ยินเสียงแม่เรียกชื่อฉันลงมากินข้าว ก็มานั่งป้อหน้าเป็นขอของกิน เห็นแล้วรำคาญเลยเอากาแฟเทๆใส่ไป ไปมาๆมันก็กินได้แหะ"


"............."


"แหม ดีออกน่าคุโด้ เกิดเป็นหมามันต้องกินได้ทุกอย่างถึงจะดี เนอะ" เฮย์จิหันไปยิ้มให้หมาน้อย


"แล้วทำไมมารยาทมันดีนัก กินข้าวไม่หกจากจาน แถมกินเป็นระเบียบเรียบร้อย"


"ฮ่าๆๆๆ นายเห็นที่บ้านฉันก็น่าจะเดาออกนะ แม่ฉันน่ะเห็นอะไรออกจากกรอบได้ที่ไหน อะไรที่อยู่ในเงื้อมมือถูกจับสั่งสอน เรียบเป็นผ้าพับไว้หมดแหละ"


"......นายเป็นลูกของคุณป้าเขาจริงน่ะ? เหอะๆๆ....."


"เฮ่ย พูดงี้หมายความว่าไงฟะ!?"


ชินอิจิหลบตาคิดในใจ นี่เราคิดเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระแบบสุดๆไปแล้วสินะ ว่าแล้วหน้าก็แดงด้วยความอาย


"เป็นอะไรไปคุโด้? หน้าแดงๆ หวัด?"


"ป่ะ เปล่านี่ ไม่ได้เป็นไรสักหน่อย เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันได้แล้ว หิวชะมัด"


ชินอิจิโบ้ยเปลี่ยนเรื่อง หันหน้าไปทางอื่น แต่ความผิดปกติแม้จะเล็กน้อยแค่ไหนมีรึจะรอดพ้นสายตาของหมาป่าตะวันตกได้


"อืม......นายถามฉันว่าทำไมเรียกชื่อฉันแล้วเจ้าหมาหันมาใช่มั้ย?"


"หา?"


"แล้วก็ถามว่าทำไมมันดื่มกาแฟได้ ทำไมถึงกินเรียบร้อย พูดถึงว่าดร.ทำท่าพิรุธเกินเหตุจนทำให้คิดมาก และ....."


"อะไรๆ นายจะพูดอะไรกันแน่?"


"...และก่อนหน้านี้นายพูดถึงเรื่องฉันกลับร่างเดิมได้ใช่ป่ะ?"


เฮย์จิยิ้มหน้าบาน ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาที่ชินอิจิ


"เฮ่ยๆๆ หยุดเลยนะ ฉันไม่ได้คิดอะไรพรรค์นั้นนะเฟ้ย"


"เอ้า ร้อนตัวใหญ่ๆ คิดอะไรน่ารักจังเลยนะคุโด้ คิดว่าฉันกลายร่างเป็นลูกหมาเพราะฝีมือดร.ใช่มั้ยล่า? ฮ่าๆๆๆ"


"ไอ้บ้า~~~~~~~~~~~!!!!"


***


"มาตั้งชื่อเจ้าตัวนี้กันดีกว่าน่าคุโด้"


เฮย์จิเดินออกมาจากห้องอาบน้ำพร้อมลูกหมาตัวเปียกปอนในห่อผ้าขนหนู หลังจากทั้งคู่ไปหาอาหารเย็นกินกันข้างนอก กลับมาถึงบ้านกว่าจะจัดการอะไรๆให้เข้าที่ ตอนนี้ก็เป็นเวลา3ทุ่มแล้ว


"ไม่ต้องตั้งอะไรทั้งนั้นแหล่ะ เพราะฉันไม่รับเลี้ยงเจ้าหมาบ้านี่"


"โฮ่ย กว่าจะแอบขนขึ้นชินคันเซ็นมาได้แทบแย่ ดีออก จะได้มีเพื่อนไง บ้านหลังใหญ่จะตาย อยู่คนเดียวเดี๋ยวผีก็ออกมาหรอก"


"เหอะๆๆ ฉันอยู่คนเดียวมาตั้ง3ปีแล้ว ถ้ามันโผล่มาตอนนี้จะไม่สายไปหน่อยเรอะ?"


ชินอิจิโยนไดร์เป่าผมอันเก่าของยูกิโกะมาให้เฮย์จิเป่าขนเจ้าตัวเล็ก ลูกหมาหลับตาปี๋เมื่อลมร้อนพุ่งเข้าปะทะหน้า ขนเปียกๆเซเป๋ไปด้านตรงข้ามกับปากไดร์


"เจ้าจะได้มาอยู่ในบ้านนี้แล้วน้า ทำตัวให้คุ้นเคยไวๆล่ะ~~~~"


"นี่ อย่ามากล่อมหมาตามอำเภอใจนะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่เลี้ยง"


"ทำไมล่ะ?"


"ภาระตัวเป็นๆชัดๆ และฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งดูแลมันหรอก"


"เจ้าตัวนี้แข็งแรงจะตาย ไม่ต้องดูแลมากก็ได้ แค่อย่าลืมให้ข้าวมันก็พอน่า"


"ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเฟ้ย!!"


ลมร้อนจากไดร์พุ่งใส่ตัวไม่หยุด เมื่อเริ่มร้อนจนทนไม่ไหวเจ้าหมาน้อยก็กระโดดลงจากตักเฮย์จิ วิ่งแพล้วผ่านเตียงมาขึ้นตักชินอิจิ


"มันติดนายออกนะ จะไล่มันไปก็น่าสงสารแย่"


"..........."


ชินอิจิมองลูกหมาที่วิ่งเข้ามาไซ้ๆสีข้างของตัวเอง ท่าทางมันคิดว่าตรงนี้เป็นที่นอนมันไปเสียแล้ว


"จริงๆนะคุโด้ ตอนอยู่โอซาก้าเจ้านี่ไม่ยอมให้ใครเขาใกล้ได้ง่ายๆเลยนะ ขนาดพ่อฉันกับคาซึฮะมันยังไม่ยอมให้จับตัวเลย"


"ไม่ต้องมาโฆษณาชวนเชื่อหรอกน่า"


เมื่อเจ้าหมาน้อยไซ้ได้ที่เหมาะๆก็แหมะตัวแช่พร้อมหลับ ดวงตาเล็กๆปิดพริ้มลง ไม่รู้เป็นเพราะคิดไปเองหรือเพราะมุมมอง ชินอิจิเห็นเหมือนเจ้า4ขานี้กำลังหลับตายิ้ม


"........ก็ได้ "


"จริงเหรอ? ตกลงนายรับมันแล้วนะ บันไซ!"


"แค่ตัวนี้นะเฟ้ย หากวันหลังเอามาอีกฉันจะจับแพ็คลงกล่องส่งกลับไปทั้งตัวใหม่ตัวเก่าเลย คอยดู"


"ฮ่าๆๆ ไม่มีแล้วน่า สัญญาเลย นายพูดเหมือนแม่ฉันตอนรับเจ้าคุโร่เข้าบ้านเลยแหะ"


"หา?? อะไรนะ??"


"เจ้าคุโร่ แมวดำที่ฉันได้มาอีกตัวนึง ตอนนี้กลายเป็นซี้แม่ฉันไปแล้ว" (*คุโร่ = สีดำ)


"......"


ชินอิจิตะหงิดๆแว่บแรกกับชื่อ


"เอาล่ะ งั้นเราก็มาตั้งชื่อเจ้านี่ได้แล้วสินะ"


"อืม......ฮะจิ"


"หา? ฮะจิ?" (*ฮะจิ=แปด เป็นชื่อที่ไว้ตั้งให้หมา พื้นๆมากที่ญี่ปุ่น เหมือนไอ้ด่าง ไอ้ตูบบ้านเรา)


คราวนี้ตาเฮย์จิตะหงิดๆแว่บแรกกับชื่อเช่นกัน


"ใช่ ก็ตรงหัวคิ้วมันมีวงขาวๆสองวงเหมือนเลข 8 แนวนอน"


"โห ตั้งได้พื้นบ้านมากๆเลยอ่าคุโด้"


"ยังกะชื่อแมวบ้านนายไฮโซนักหน่ะ"


เฮย์จิหัวเราะที่ตัวเองถูกย้อนเข้าเป้า นักสืบหนุ่มโอซาก้าล้มตัวลงไปกลิ้งกับที่นอนขนาดใหญ่ ผ้านวมหนาใต้ผ้าคลุมเตียงฟูนุ่มรองรับแผ่นหลังสบายตัวเป็นที่สุด กลิ้งซ้ายทีขวาทีเหมือนเด็กๆแล้วผลิกตัวหันมาทางฝั่งที่ชินอิจินั่งอยู่


"......."


"จ้องอะไรอีกล่ะ? จะเอาหมาคืนรึไง?"


"เปล่าน่า" เฮย์จิยังจ้องชายหนุ่มตรงหน้า ริมฝีปากโปรยยิ้มไม่หุบ จนชินอิจิรู้สึกประหลาดๆสันหลังวาบ


"......................อะไรของนายเนี่ย ทำหน้าตาน่าขนลุก"


"เอ้า เป็นงั้นไป ฉันแค่อดขำไม่ได้ทุกที พอคิดว่านายนึกว่าฉันกลายเป็นเจ้าหมาตัวเนี้ย"


"ไอ้บ้า!! ไอ้#&$%&*$" ชินอิจิสบถเป็นชุด


"ฮ่าๆๆๆ" เฮย์จิหัวเราะชอบใจที่หยอกชินอิจิหน้าแดงโร่ได้ ถ้าไม่มีเจ้าฮะจิหมอบอยู่กับตัว ชินอิจิคงยกขายันเฮย์จิตลบตกเตียงไปแล้ว


"ทำไมถึงคิดว่าฉันเป็นเจ้าหมานี่ได้ล่ะ? มันมีอะไรเหมือนฉันขนาดนั้นเลยเรอะ?"


"ปัดโธ่เว้ย ใครจะไปนึกว่าหมาปกติมันดื่มกาแฟ สีตัวก็ดำๆน้ำตาลๆ แถมยังสั่นหางวิ่งเข้ามาซุกฉันลูกเดียวแบบนี้เล่า!!"


"หือ?"


"อุ่บ...." พลาด ชินอิจิรู้สึกหลุดปากอะไรไปสักอย่าง พลาดไปอย่างแรงแล้ว


"เพราะว่าเจ้าฮะจิวิ่งเข้ามาซุกนายเลยคิดว่าเป็นฉันงั้นเหรอ?"


"เฮ่ย ไม่จริง ฉันไม่ได้พูด"


"เพราะเข้ามาซุกเหรอ?"


"ก็บอกว่าไม่ได้พูดยังไงเล่า~~~~!!"


ชินอิจิแก้ตัวเป็นพัลวัน แต่ท่าทางไม่เข้าหูเฮย์จิเลยเพราะเฮย์จิเอี้ยวตัวมาโอบเอวและซุกหน้าลงบนตักซะแล้ว


"เฮ้ย!!!"


"ซุกๆๆๆ" เฮย์จิยิ้มแป้นหน้าบาน สั่นหัวไปมา แนบแก้มไปกับหน้าท้องแบนราบของชินอิจิ แขนโอบรอบเอวรัดแน่นเข้าๆ


จะเคืองก็เคือง แต่พอถูกถูท้องอย่างนี้ ชินอิจิก็อดหัวเราะเพราะจั๊กจี้ไม่ได้ เฮย์จิที่โอบเอวเขาอยู่นั้นให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าฮะจิตัวใหญ่เข้ามาอ้อนขอที่นอนจริงๆ คืนนี้ท่าทางข้างตัวของชินอิจิคงจะไม่ว่างสักข้างเลยเสียแล้ว


***END***


ตอนพิเศษ1


"กลับมาแล้วครับ"


"กลับมาแล้วเหรอ? ไปล้างหน้าล้างตาซะเฮย์จิ"


เฮย์จิตอบรับคำสั่งของแม่, คุณนายชิซึกะ วันนี้เขาพึ่งเลิกจากชมรมมา แม้จะได้ล้างตัวที่ชมรมมารอบนึงแล้วแต่เหงื่อก็ยังซึมๆอยู่ อยากกวักน้ำเย็นๆสาดหน้าตัวเองสักรอบให้ชื่นใจก่อนเข้าโต๊ะอาหารเย็น


เฮย์จิเดินผ่านทางเดินในบ้าน เมื่อผ่านห้องนั่งเล่นที่ประตูเลื่อนแง้มอยู่ ก็เห็นเจ้า คุโร่ แมวดำ สัตว์เลี้ยงประจำบ้านเขาอยู่บนเบาะนั่งลายกระเรียนเหนือยอดสน ท้องของมันราบไปกับเนื้อผ้านุ่ม ขาหน้าสองข้างวางไขว้กันเหมือนจริตมารยาของผู้ดี เรียวตาหลับพริ้ม สีข้างหนึ่งหันรับแสงแดดยามเย็นจากระเบียงที่เปิดประตูกว้าง ลมเอื่อยโชยเข้ามาต้องหนวดให้เอนไหวๆนิด สะท้อนแสงปลาบราวเส้นเอ็น ขนสีดำมันเลื่อมดูสง่าราวผ้ากำมะหยี่


"คุโร่"


เฮย์จิส่งเสียงเรียก เจ้าของชื่อเพียงผลิกหูมานิดๆ เปลือกตากระตุกขึ้นเหล่มองเพียงเสี้ยววิแล้วปริบลงไปตามเดิม


"หยิ่งชะมัดเลยแหะเจ้านี่" เฮย์จิถอนหายใจอย่างระอา ทำท่าจะเดินเลยไปยังบันไดขึ้นชั้นสอง แต่ก็ตัดสินใจย้อนกลับเข้าไปในห้องนั้นอีก


นักสืบหนุ่มโอซาก้าทรุดตัวลงนั่งข้างๆเจ้าคุโร่ แมวดำแสนหยิ่งของเขา มันกระดิกหูเพื่อสังเกตุการณ์บ้างนิดๆแต่ไม่ขยับเขยื้อนเปลี่ยนท่าแม้สักมิล มันยังคงวางตัวในท่าทีสง่านั้นเช่นเดิม


เฮย์จิวางมือเบาๆลงบนหัวเจ้าคุโร่ที่มีขนาดเล็กพอดีกับอุ้งมือ เฮย์จิเลื่อนมือบนศรีษะบุขนนุ่มราวกำมะหยี่นั้นไปมาช้าๆ สักพักเลื่อนลงมายังคาง เชิดหน้ามันขึ้น ไล้ปลายนิ้วไปตามต้นคอ เจ้าคุโร่หลับตาพริ้มส่งเสียงครืดคราดแสดงความพึงใจ


เมื่อเฮย์จิเลิกเกาคางเจ้าคุโร่ก็ลุกขึ้น ยืดแขนไปข้างหน้าเอนตัวบิดขี้เกียจไปข้างหลังเหมือนท่าคารวะให้สบายตัว มันเดินเข้ามาช้าๆแล้วถูสีข้าง คลอเคลียกับแขนเฮย์จิ ใช้ขนสีดำไซ้เล่นกับผิวเนื้อ เมื่อเดินวนกลับมาข้างหน้า ก็ใช้ดวงตาสีฟ้าใสมองมาที่เฮย์จิ


"ไง"


"เมี๊ยว~~ว"


คำทักทายแรกจากสัตว์เลี้ยงในบ้าน เฮย์จิยิ้มตอบ


"......แกนี่มันเหมือนใครสักคนจริงๆเลยนะ"


***END***


ตอนพิเศษ2


"กลับมาแล้ว"


"โฮ่งๆๆ"


ยังไม่ทันที่ชินอิจิจะเปิดประตูรั้วกว้างพอเข้าไปในบ้านได้ เจ้าฮะจิก็วิ่งถลาเข้ามาขวาง ตอนนี้ตัวมันใหญ่ขึ้นมาก แรงมันมากพอที่จะยืนขวางประตูจนชินอิจิเปิดไม่ได้ ฮะจิเองก็คงไม่รู้หรอกว่ายิ่งอยากเข้าไปหานายตัวเองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้นายเข้ามาหาตัวเองได้ยากขึ้นเท่านั้น


"โอ๊ย หลบไปก่อนเจ้าฮะจิ ชิ้วๆ"


"โฮ่งๆๆ"


"ปัดโธ่~~~!!!"


กว่าชินอิจิจะเข้ามาในสวนบ้านตัวเองได้ก็ทุลักทุเล แถมพอเข้ามาได้แล้วก็ถูกเจ้าฮะจิพุ่งกระโจนเข้าใส่จนแทบจะเสียหลัก กางเกงและเสื้อขมุกขมอมไปด้วยโคลนจากปลายเท้าเจ้าฮะจิ ถืออะไรเข้ามาก็ต้องชูปัดป้องไว้เต็มที่ไม่งั้นยับเยินแน่ๆ


"ก็บอกว่าให้อยู่นิ่งๆ ไม่งั้นเจอดีแน่! นั่งลง!!"


ชินอิจิตะโกนขู่ใส่ ฮะจิจึงยอมลงไปนั่งกับพื้นแต่โดยดี กระนั้นหางใหญ่ๆของมันก็ปัดไปปัดมาไม่หยุดจนฝุ่นตรงพื้นฟุ้งขึ้นมาเป็นควันน้ำตาลๆ


"วันหลังถ้าพูดแล้วไม่ฟังละก็ โดนตีแน่ เข้าใจมั้ย!!"


"งี๊ดๆ อิ๋งๆๆ"


"แหม ชินอิจิก็อย่าไปดุมันนักเลยน่า ดูสิ หูตูบหมดแล้ว" ดร.เดินมาที่ประตูรั้วหน้าบ้านชินอิจิเพราะได้ยินเสียงอบรมดังสนั่น เจ้าฮะจินั่งอยู่ตรงหน้าก็ทำหูตูบหางตกอย่างที่ดร.ว่าจริงๆ


"ก็ดูสิดร. กระโจนเข้ามา เสื้อผ้าเลอะเทอะหมด นิสัยไม่ดีเลยเจ้าหมานี่ สอนไม่รู้จักจำ"


"เอาเถอะน่า ที่มันทำก็เพราะดีใจที่ชินอิจิคุงกลับมานะ แทนที่จะยินดีกลับ แต่ดันไปดุมันซะอย่างนี้ น่าสงสารเจ้าฮะจิแย่"


"......."


***


หลังอาหารเย็น ชินอิจิออกมาพร้อมจานข้าวประจำตัวของเจ้าฮะจิ ชินอิจิสอนให้มันรู้จักรอเวลาให้อาหาร เมื่อชินอิจิสั่งมันจึงค่อยๆจัดการอาหารในชามอย่างเรียบร้อย


เอาเถอะน่า ที่มันทำก็เพราะดีใจที่ชินอิจิคุงกลับมานะ แทนที่จะยินดีกลับ แต่ดันไปดุมันซะอย่างนี้ น่าสงสารเจ้าฮะจิแย่


ชินอิจินั่งนึกถึงประโยคที่ดร.พูดเมื่อเย็น จนเมื่อเจ้าฮะจิอิ่ม มันก็มาคลอเคลียชวนชินอิจิเล่นด้วย ชินอิจิมองหน้าสัตว์เลี้ยงของตัวเอง หางฟูเป็นพวงของมันกระดิกแกว่งไกวไปมา แทบจะไม่มีเวลาไหนเลยที่ชินอิจิไม่เห็นเจ้าฮะจิกระดิกหางให้ ยกเว้นตอนหลับ สายตาที่จ้องมองมาก็แวววาวสดใสอยู่เสมอ


ชินอิจิวางมือลงบนศรีษะกว้างของมัน มันหลับตาปี๋ ยื่นหัวออกมา และลู่หูหลุบไปข้างหลังให้วางมือสะดวก หางสั่นแรงขึ้นเป็นระวิงแสดงให้เห็นว่ามันดีใจขนาดไหนที่เจ้านายเข้ามาลูบไล้เล่นหัวกับมัน


"ก็รู้อยู่หรอกนะว่าดีใจ แต่ก็ยั้งๆบ้าง มันรำคาญน่ะ รู้มั้ย?"


"โฮ่ง!!"


เจ้าฮะจิเห่าเสียงใส กระโดดไปข้างหลัง กระโจนไปมาซ้ายขวา ลู่ตัวลงต่ำในท่าเตรียมพร้อม เป็นท่าประจำของมันเวลาชวนชินอิจิเล่นด้วย


".......แกนี่มันเหมือนใครสักคนจริงๆเลยนะ"


***END***

ปล. ตอนนี้มีลูกเล่นอยู่ตรงชื่อของเจ้าคุโร่ กับ ฮะจิ นิดหน่อย^^ จะพอรู้มั้ยน้าว่ามันคืออะไร หุๆๆๆ


เอนทรี่นี้อ่านให้ตายกันไปข้าง textล้วนๆ 555+ ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ >w<@/ อ้อ ได้ไปดูหนังเรื่องCarsมาด้วย อนิเมชั่นของPixas เนื้อเรื่องพื้นๆนะ อารมณ์หนุ่มเมืองหลวงหลงแสงสีแล้วกลับใจได้เพราะบ่มนิสัยที่บ้านนอก แต่ประทับใจตรงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเรื่อง โดยเฉพาะแทนลักษณะ รุ่น ยี่ห้อ สภาพของรถแทนตัวคน มันน่ารักเอามากๆเลย ชอบตอนแกล้งรถไถ งี่เง่าดี 555+

ตอนนี้เล็งเรื่องอาราชิฯไว้อีกเรื่อง อนิเมสัญชาติยุ่น เมื่อหมาป่าและแกะน้อยผูกพันกันในถ้ำร้างท่ามกลางพายุร้าย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลงเอยเช่นไร อุ ฟังแล้วเหมือนหนังกลางแปลงไทยแลนด์หื่นๆชอบกล กร๊าก เอาเป็นว่าหลังสอบถ้าไม่อุตริลาโรงไปซะก่อนจะแว่บไปดูให้ได้เลย

(แอบเชิญชวนแม่ยกคู่ฮาจิ+รอคซัส พลาดเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด กั่กๆ)<<แล้วจะรู้ว่าทำไม ;-P

ปล. ขายโดKH Gossip storyเมื่ออาทิตย์ที่8ที่ผ่านมา สนุกมากๆ>w<@ ขอบคุณทุกๆคนที่ไปอุดหนุน ทักทายพูดคุยและร่วมสนุกกับกิ้งก่านะคะ วันนั้นเหมือนเข้าค่ายวาดรูปเลย วาดกันมือเป็นระวิง555+ ใครสนใจสั่งซื้อโดได้ทางไปรษณีย์ eguana_555@yahoo.com หรือระบบพรายกระซิบตามงานการ์ตูนเช่นเคย(ใกล้ๆนี้ก็งานคอมมิคซีซัน) แล้วเจอกันค่ะ ^^

ขอบคุณมากๆอีกครั้งที่อ่านกันค่ะ >w<@/ ช่วงนี้ฝนตกหนักน้ำท่วมขัง รักษาสุขภาพห่างไกลโรคภัยและสัตว์ร้ายทั้งปวงนะคะ บายๆ จุ๊บๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหม กว่าจะหาช่อง comment เจอล่อซะเกือบ 5 นาที -*-
อืม...ผมว่าfinal เดี๋ยวนี้มันขายกราฟฟิคซะเป็นส่วนใหญ่จะมีน้อยภาคที่ทำเนื้อเรื่องกับระบบมาดีเช่น ภาค 8 กับ ภาค tactics

#1 By kanoktuch2 on 2006-10-14 19:44

เกมFF13สวยอ่ะ ภาพงาม อลังกาล
งดงามสุดๆ ตัวเอกยังกับนายเอก - -+

#2 By yukachan ❤ selpher on 2006-10-14 19:46

คุโร่กับฮะจิ..
เหมือนแอบเรียกชื่ออีกฝ่ายกันซะอย่างงั้นเลยนะคะ~ ฟิคน่ารักดีค่ะ ชอบ ๆ (>w<)

#3 By *:ClockTower-NagaRPG:* on 2006-10-14 19:52

ฉากที่คุณกิ้งเห็น เป็นฉากต่อสู้แบบ Real Time ที่พัฒนาเพิ่มขึ้นไปอีกจากภาค XI , XII การสั่งคำสั่งจากการแปลบทวิเคราะห์ญี่ปุ่น คาดว่าเป็นการใส่คำสั่งล่วงหน้าก่อน ถึงเริ่มการโจมตี

ส่วน Versus คนออกแบบเกม คนเดียวกะเกม Kingdom Heart แถมเป็นเกมแนว Action - RPG เหมือน Kh อีกคงถูกใจคุณกิ้งไม่น้อย

ป.ล. ช่วงนี้ยังเคลียร์ธุระตัวไม่หมดซักที ยังไม่ได้เอาเงินไปใส่ธํนาคารสั่งซื้อเลยแฮะ

#4 By Fenix M. Lastwaltz on 2006-10-14 21:01

เธอคนนั้นคือคลาวด์โกะค่ะ ฟันธง!!
ชอบภาคversusเหมือนกัน ตกลงชายผมเงินคนนั้นเป็นพระเอก (เห็นภาพนั่งบนบังลังแล้วไม่แน่ใจเลย ดูจิตๆงัยก็ไม่รู้)

ป.ล.ฟิคน่ารักอีกตามเคยค่ะ

#5 By ... on 2006-10-14 21:06

O[]O อ๊ากกกกก
ขอเข้าร่วมวงรอเล่นอีกคนค่า~ >w<)/

ไม่ได้อัพเดทข่าวสารเกมส์มาพักใหญ่ โฮก~ แม้แต่ FF Xll ก็ยังเล่นไม่ถึงไหน TmT อยากรีบเรียนจบเร็วๆจัง!!

ps. หน้านางเอกเนี่ย แมนมาก!! >.,<

#6 By 「エース」エム on 2006-10-14 21:17

SQE ซะอย่าง ทำไม่อลังการไม่ได้ร้อกก~~!! 555+

ฟิคยาวมว๊ากกก~~~!!~ อ่านสะใจดี(ตอนเปิดเอนทรี่มายังไม่มีซักคอมเมนส์ นี่ตรูอ่านนานกว่าชาวบ้านเรอะ) น่ารักมากๆอย่างแรง

ปล. ไอ้ "ฮาจิ" นี่พอเดาออก แต่ "คุโร่" มันไม่แน่ใจอ่า
FF13!!! อยากเล่นง่าาาาาาาาาาา
แล้วก้อ เห็นคุณเธออยากบอกว่าเธอถึกมาก
นึกถึงคลาวเหมือนกัน
แต่คุณเธอเปงหญิงอ่ะ
อื้อ ช่วงนี้ยังมีคนสอบไม่เสร็จน้าเนี่ย
แง่มๆ
อ่านฟิคไป โอ้เบสพิมพ์ยาวมากมายแต่อ่านเพลินดีเคอะ
พอจะเดาได้ ฮะจิก่ะคุโร่แฮะแต่ก้อไม่มั่นใจนะเคอะ
ปล.กิ่งก่าก้อรักษาสุขภาพด้วยเด้อคัพ *0*

วันไปวันนั้นหนุกมากๆเลย
เสียดายเจอภารกิจหลวงเลย เลยต้องผล่ะออกจากตรงัน้นเคอะ

#8 By The Exit on 2006-10-14 22:20

แหม ถ้าออนเข้าเอมมาก็จะเจอกรูยืนโพว้ดงบังอยู่ตลอดน่ะแหละย่ะ (เบสบอกไม่เอาแล้วว้อย ผื่นขึ้นนนนน) กร้าก แหม คุยเรื่องอื่นก็ได้นะยะ
ไว้เดี๋ยวจะโหลดเทรลเลอร์น่อน 13 มาดูนะ ฟิคมึง อ่านนานมาก มีตอนพิเศษด้วย ทำไมชินอิจิของแกมันน่าร๊ากน่ารักวะ
ชอบตรงที่เรียกเฮย์จิแล้วหมามันเห่าแบ๊กๆว่ะ น่ารักดี แต่ฟิคมันใส ใสสสสไร้มลทินเลยจริงๆ กรูผิดเองสินะที่หวังว่าอาจจะมีอะไรหื่นๆ ฮาๆๆ โทษแกนะ กร้ากกก
กรุอยากดูเรื่องอาราชิมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันวายสะบัดมากแกกกกกกกกก
อยากดูว้อยยยยยยยยยยยยย

#9 By mikan on 2006-10-14 22:50

โอว บล็อคย๊าว ยาว อ่านตั้งแต่ 5 ทุ่ม กว่าจะจบล่อไปตี 1 ครึ่ง 555+

อาเจ๊ใน FFXIII มีที่มาและที่ไปด้วยนะ...
คือตอนที่ประชุมเรื่องการออกแบบตัวละครอยู่นั้น
คุณโมโตมุ โทริยาม่าี่(ผู้กำกับ FFXII)ได้บอกกับคุณโนมูระ(คาแรคเตอร์ดีไซน์)ว่า

"ผมขอคลาวด์เวอร์ชั่นผู้หญิงนะ"

อาเฮียโนมูระเลยจัดให้แบบนั้นครับ...

ส่วนฟิคโคนันอันนี้ก็เพิ่งเคยอ่านแฮะ ย๊าว ยาว~ แต่อ่านเพลินดีจริงๆ แปบเดียวก็จบละ
อ่านไปก็อมยิ้มไปเพราะบทพรรณนา ช่างพรรณนาได้ชวนขำจริงๆแต่ละอัน^^;
แล้วก็ขำที่ด๊อกเตอร์แก้ตัวด้วยล่ะ คิดออกมาได้ไงนั่น...
เป็นเรื่องเป็นราวซะ เพราะชินอิจิอ่านการ์ตูนมากไปรึเปล่านั่น :P

คุโร่ นี่คือ คุโด้ ส่วน ฮะจิ นี่คือ เฮย์จิ ใช่ไหมอะ?
แหม นิสัยแต่ละตัวนี่ช่างคล้ายเจ้าของชื่อซะจริงๆ

สุดท้าย
โด Gossip Story เล่มนี้เด็ดดวงมาก เจ๋งกว่า สตอเบอรี่วันอาทิตย์ซะอีก > <
ใครเป็นแฟน KH และผลงานกิ้งก่า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
(พื้นที่โฆษณา)

#10 By Ramiel on 2006-10-15 01:57

เธอจะไม่เหมือน Cloud ได้ไงคะ เพราะเธอคือ Cloud V. ผู้หญิงจริงๆ อ่ะค่ะ พระเจ้าโนมูระบอกมา

ไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร แต่ที่แน่ๆ สมาคม ACC อึ้งๆ กันเป็นแถบ โถ.... แปลงเป็นหญิงสาวแบบนี้ จะเกลียดลงไหมนี่ ?

โดหนุกมากค่ะ อิ!....ขอบคุณที่วาดรูปเล็กๆ ให้ค่ะ

นิยายขอ save ไปอ่านก่อนเน้อ

#11 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2006-10-15 12:13

กรี๊ด -*- ตายแระ นั่นหล่อนเป็นผู้หญิงชิมิ...จะว่าไปน่าเหมือนคลาวด์ดีแท้ ออกจะเป็นภาคที่ดูเว่อร์ดีแท้ หวังว่าจะมีคู่ให้ยำเป็นพอ

กรี๊ด (Again) เป็นฟิคที่รักดีมาก อ่านแล้วจินตนาการภาพตามแล้ว เอิ๊กส์!!!
แง่ม...ถ้ามีภาพตามคงเจ๋งดีไม่น้อย

#12 By VESPER MARTINI on 2006-10-15 16:25

ขอบคุณที่ลงฟิคค่า ลงอีกน้า
อยากอ่านฟิคเก่าพี่กิ้งก่า เรื่องที่ชินอิจิลาเฮย์จิเพื่อไปรักษาตัวต่อที่ต่างประเทศ ถ้าว่างก็รบกวนลงให้หน่อยนะคะ

#13 By Kaew (203.113.37.9) on 2006-10-15 17:45

เหอๆๆ ขอสารภาพว่ายังไม่ได้อ่านฟิค อ่านแต่ที่กิ้งเม้นท์ถึงเทรลเลอร์FF13 ไม่แปลกค่าที่เห็นนางเอกแล้วนึกถึงพ่อคล้าว ฟังสัมภาษณ์(ที่จำได้ไม่ได้แล้วว่าอ่านมาจากไหน)ถ้าจำไม่ผิดท่าโนมูระไม่ได้กำกับภาคนี้แต่เป็นคนดีไซน์คาแรกเตอร์(เห็นว่ากำกับภาค VERSUS อันเดียว) รู้สึกโปรดิวเซอร์หรือใครนี่แหละสักคนบอกว่าอยากได้คลาวด์ภาคผู้หญิงอย่างที่ท่านรามิบอกแหละค่า เลยออกมาเป็นฉะนี้แล ตอนรู้เรื่องนี้ก็มานั่งดูแบบจ้องตาเกือบติดคอมพ์กับเพื่อนสองคน เออ . . เหมือนจริงๆด้วย ผมยาวเปลียนสีกับปรกด้านตรงข้ามแล้วก็แปลงเพศเท่านั้นเอง

เอาล่ะขอเม้นท์เท่านี้ก่อนจะย้อนกลับไปอ่านฟิคแล้วจ๊ะ

เจอกันงานคอมมิคส์เน้อ

#14 By ansuz on 2006-10-16 08:15

คุโร่กับฮะจิ..........
แต่งได้น่ารักดีจัง อ๊า~~~~
อิจฉาหมาแมวพวกนี้จริงๆเล๊ยย!!!
เพลง trailer FF XIII เพราะจริงๆอะ
ชอบ gunblade (รึเปล่า) อะ เท่ห์ดี
ก็ว่าทำไมหน้าคล๊าวด์ คลาวด์ ก็เค้าตั้งใจเลยนี่เนอะ แต่เราว่าถ้าผมสีอ่อนแบบคลาวด์จะสวยกว่านี้อีก อิอิ

ฟิคสนุกมากๆเลยจ้า แต่แอบรอบางฉากเก้อแฮะ ก็แหม! เรื่องมันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มนี่นา 555+

#16 By Nan (58.136.99.236) on 2006-10-16 12:51

ไม่อยากจะบอกว่า จะซื้อP3เพราะไอ่นี่เหมือนกัน!!!
ตระเวนดูพวกไทเลอร์ของP3ใหลายเกมส์แล้ว แหม้....มันน่าจ่ายตังค์เสียนี่กระไร ภาพนี้งามงดหยดย้อยกันทั้งน้านนนนนนนนน *q*,,

ไม่ได้อ่านฟิคพี่กิ้งก่ามานาน คิดถึงสุดขั้วปอดเลยทีเดียวววว (วาดโดเลิศ+แต่งฟิคเก่ง พี่เทพจริงๆ >[]<bbbbb )
ยังคงกระพันความน่ารักอยู่ไม่ขาดสายทีเดียว (รึว่าความหื่นก็ด้วย??)

จะสอบแล้ว ยังไงก็พยายามเข้านะครับ ^^ อ่านหนังสือมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพด้วย

จะไปสอยโดงานComicSeason3 แน่ๆฮะ เก็บไว้ให้ด้วยน๊า~~~~

#17 By 『 フェロン 』 on 2006-10-18 21:36

อ๊ากกกกเรื่องน่ารักจัง ^^

#18 By Holly on 2006-12-26 13:55

คุโร่---คุโด้
ฮะจิ--เฮย์จิ

สินะ - *-

#19 By [ Sai ];charot on 2007-05-27 23:08

คิดออกแล้วคร้าบบบบบบบ

คุโร่ - ดำ
ฮาจิ/เฮย์จิ - แปด

มันส่อถึงฮัตโตริทั้งนั้นขะรับ -w-

#20 By ปิ๊ง (58.9.118.93) on 2008-03-15 16:44

งืดก

#21 By (124.121.153.152) on 2008-04-13 11:46

ไม่มีไรเลย อยากได้รูปโคนันถือไวโอลีน ใครมีเมล์ไห้ผมด้วย
นี่เมล์ผม
nantasit_ome@hotmail.com
ใครมีเอาไห้ผมด้วย

#22 By โอมปัตตานี (124.157.217.98) on 2008-08-12 10:28