หมดมุขตั้งชื่อเรื่องแล้วค่า อ่านแล้วจิ้นหัวข้อเองตามสะดวก เอิ้ก~~~ (อารมณ์สอบอ่านParagraphแล้วหาTopicที่เหมาะสม)
ช่วงนี้รู้สึกตัวเองจิ้นอิมเมจริคุออกแนวโหดโฉดชั่วปนโรคจิตมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานเยอะเลย =[]=; (ใครได้อ่านฟิคหลังไมค์คงรู้ดี) ฟิคนี้เลยแต่งขึ้นมาทอนอารมณ์ตัวเองหน่อย เนื้อเรื่องชิวๆหวานๆเรื่อยๆ กล่าวถึงช่วงหลังจากภาค2ที่ทั้ง3คนได้กลับมาอยู่เกาะด้วยกัน คงจะได้มีตอน3,4,5.....etc ตามมาตามอารมณ์คนเขียนล่ะค่ะ ถ้าไม่แต่งแย่หรือน่าเบื่อจนเกินไปก็ฝากติดตามกันด้วยนะ XD
เหมาเอานี่เป็นตอนที่1ซะเลยhttp://eguana.exteen.com/20060726/kh-fic-rikusoraใครไม่เคยเห็นก็จิ้มอ่านกันได้นะ ^^
เนื้อเรื่องทั้งหลายแหล่ไม่เกี่ยวเนื่องกับโดใดๆที่กิ้งก่าวาดมานะคะ โดยเฉพาะซีรี่ย์DearlyBeloved แอบแจ้งไว้ก่อนเพราะหลายคนประท้วงมาว่าแอบสับสน
ยินดีรับคอมเมนท์นะคะ ^^@
FicKH : ตอนที่ 2
Riku+Sora
Shonen-ai
.
.
"ไม่ได้เจอริคุกันเลยนะช่วงนี้"
"3วันแล้วล่ะ" ฉันตอบไคริ เรานั่งตักน้ำแข็งไสเข้าปากอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หนีไอร้อนของแดดจ้าเหมือนทุกวัน ต่างไปเพียงไม่มีริคุอยู่ข้างๆ
"ไม่เหงารึ ฮิๆ" ไคริเย้า เอาศอกถองเข้าสีข้างจนช้อนเกือบหลุดมือ ท่าทีของไคริแปลกไปหน่อยๆ....มั้ง ตั้งแต่กลับมาอยู่เกาะDestinyด้วยกันไคริก็ชอบแซวเรื่องของฉันกับริคุ แต่หลังๆชักยิ่งหนักข้อขึ้น ไม่รู้ว่าไปรู้อะไรเพิ่มขึ้นมารึเปล่า......
"ก็...จะชวนออกมาได้ไงล่ะ ริคุบอกว่ามีการบ้านกองเบ้อเร่อส่งจันทร์หน้า ถ้าไม่เสร็จมีหวังซ้ำชั้น"
"เพราะตอนพวกเธอหายไปเป็นช่วงที่ริคุต้องเลื่อนชั้นขึ้นม.ปลายพอดี ทำให้หนักกว่าพวกเราสินะ" ไคริพึมพำ "แต่ยังไงก็อยากเจอเขาใช่มั้ยล่ะ?"
"เอ้า ก็บอกแล้วไงว่า......" ฉันอธิบายซ้ำเสียงอ่อย อุตส่าห์พยายามไม่คิดแล้วนะว่าอยากเจอริคุจะแย่
"แหม ก็ไปเยี่ยมที่บ้านสิ"
"ถ้าไป ฉันก็กวนเขาน่ะสิ"
"คนอย่างริคุ ถ้ารำคาญเดี๋ยวก็ไล่ออกมาเองล่ะน่า" ......เออแหะ นั่นสิ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฉันยืนอยู่หน้าประตูบ้านริคุ รีบวิ่งมาจนเหงื่อซ่กเต็มตัวเพราะไม่อยากให้ไอศกรีมที่ซื้อมาฝากละลายไปซะก่อน หอบตัวโยนสักครู่แล้วกดนิ้วลงไปบนกริ่ง
"ครับ ใครครับ?" เสียงดังออกมาจากอินเตอร์โฟน แม้จะพร่าๆแตกๆก็รู้ว่าเจ้าของเสียงเปล่งคำพูดอย่างล้าๆปนไม่เต็มใจ
"ฉันเอง โซระ" ฉันเขย่งให้แน่ใจว่าเสียงจะเข้าไมค์ที่อยู่สูงได้ชัดเจน
"โซระ?"
เสียงปลดล็อกดังกริ๊กๆอยู่2-3ที บานประตูก็เปิดออก ด้านหลังคือริคุคนคุ้นเคยของฉัน ...ในสภาพที่ไม่คุ้นตา หุ่นเฟริม์ที่ภูมิใจอยู่เสมออยู่ในเชิ๊ตใหญ่หลวมๆ ผมเงินยาวรวบเป็นหางม้าลวกๆออกแนวยุ่งๆ และก็...แว่นตาเนิร์ดๆบนหน้าขวางนัยตาสีเขียวมรกต
"ริคุ.....แว่น" ฉันชี้นิ้วไปที่หน้าจนเจ้าตัวผงะ ฉันไม่เคยเห็นริคุใส่แว่นมาก่อน

"ถ้านายคิดจะพิมม์งานหน้าคอมยาวข้ามคืน หากไม่อยากเป็นนายแว่นไปจริงๆเพราะรังสีUVก็ควรใส่กันไว้แต่เนิ่นๆล่ะนะ" ริคุดึงตัวฉันที่ยืนโอ้เอ้เข้ามาในบ้านเพราะรำคาญไอแดดร้อนๆข้างนอกแผ่ใส่ตัว
มือของริคุเย็นมาก เพราะตัวฉันร้อน?เพราะตัวริคุเย็น? หรือเพราะทั้งสองอย่าง?
ฉันเคยคิดอิจฉาที่ห้องนอนริคุมีแอร์ด้วย ถ้าอยู่บ้านเขาจะเปิดแอร์อยู่เสมอ เป็นอะไรที่บ้านฉันไม่สามารถทำได้โดยเด็ดขาดเพราะค่าไฟอันมหาศาล ซึ่งดูไม่เป็นปัญหากับฐานะอย่างบ้านริคุ บ้านใหญ่หลังนี้หากริคุไม่อยู่ก็จะร้างคนไปเลย เพราะพ่อแม่ไปทำงานที่ต่างเมืองเป็นเวลานานๆแลกกับการเงินอันมั่งคั่ง
ฉันตอนเล็กๆเคยถามริคุว่าไม่เหงาเหรอ?ไม่กลัวเหรอ? ฉันที่มีพ่อและแม่อยู่ด้วยตลอดคิดภาพตอนอยู่คนเดียวในบ้านมืดๆไม่ออกจริงๆ ริคุทำหน้าแปลกใจเหมือนถามกลับมาว่าทำไมต้องรู้สึกอย่างนั้น? ทำให้ฉันรู้ตัวว่าถามคำถามผิดคนซะแล้ว
"การบ้านนายยังไม่เสร็จอีกเหรอ ทำไมคราวนี้ใช้เวลานานจัง หรือว่ามีข้อที่นายทำไม่ได้ หือ~~~?" ฉันลากเสียงยาวแซว คงสนุกดีถ้าคนอย่างริคุที่จัดการอะไรได้ทุกอย่างมีเรื่องเกินความสามารถซะบ้าง
"ไม่ใช่ที่ความยาก ปัญหามันอยู่ที่ปริมาณ" ริคุเอามือนวดขมับตัวเอง "ฉันนั่งทำทั้งคืนจนถึงเช้า พึ่งได้งีบไปหน่อยก่อนนายมาเมื่อกี้"
"ฉันปลุกนายเหรอ?"
"ดีแล้วล่ะ ฉันจะได้ลุกขึ้นมาทำงานต่อ"
ฉันบอกริคุว่าซื้อไอศกรีมมาฝากและบ่นปอดแปดว่าหิวน้ำ ริคุชี้นิ้วไปทางครัวให้ฉันจัดการอะไรเองตามสบายส่วนตัวเขาล่วงหน้าขึ้นห้องนอนไปก่อน
ห้องครัวริคุสวยและทันสมัย เหนืออื่นใดคือตู้เย็นที่เพียบพร้อมไปด้วยขนม อาหารนานาชนิด ทั้งน้ำหวาน น้ำไม่หวานเหมือนมีซุปเปอร์มาร์เก็ทย่อมๆย่ออยู่ในตู้ทรงสูงนี่ ทำให้ฉันสนุกที่จะได้สำรวจและหยิบนู่หยิบนี่ขึ้นมาลองชิมเสมอ
รู้ตัวอีกทีก็เสียเวลาไปมากซะแล้ว
ฉันวิ่งขึ้นบันไดแพร้วไปทางห้องนอนริคุอย่างเจนทาง ในมือถือถุงไอศกรีมและช้อนไปด้วย เมื่อเปิดประตูเข้าไปอายเย็นจากเครื่องปรับอากาศทักทายฉันจนวาบไปทั้งตัว และเจ้าของห้องนั่นก็....ฟุบหลับบนเตียงไปซะแล้ว
ในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงแอร์และคอมพิวเตอร์ทำงานแผ่วๆ หนังสือกองพะเนินเปิดบ้างปิดบ้างเป็นเสาโย้เย้ ม่านหนาทุกผืนคลุมหน้าต่างอย่างมิดชิด มีเพียงแสงเรืองอ่อนๆที่ทะลุผ่านพอให้รู้ว่ายังมีดวงตะวันอยู่ข้างนอก สองสิ่งที่ให้ความสว่างกับห้องคือไฟเหนือโต๊ะและหน้าจอคอมพิวเตอร์ นี่ริคุอยู่กับบรรยากาศอย่างนี้มาตลอด3วันเลยเหรอเนี่ย?
ฉันวางข้าวของลงบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงอย่างระวิงระวัง ค่อยๆย่างเท้าย่องเข้าหาเพราะกลัวว่าเพียงเสียงปลายเข็มกระทบพื้นจะทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้น ริคุอยู่บนเตียงในท่าที่เหมือนล้มแผล่ะลงไปมากกว่าจะเรียกว่าท่านอน
ฉันค่อยๆดึงแว่นที่ยังคาอยู่บนใบหน้าออกมาเพราะหวังให้ริคุหลับสบายขึ้นและเกรงว่ามันจะถูกทับหัก ไฟเหนือโต๊ะแม้จะส่องอาณาเขตไม่มากไปกว่าพื้นที่บนโต๊ะ แต่ในห้องเกือบมืดก็เพียงพอให้ฉันสังเกตุใบหน้าเขาอย่างชัดเจน ฉันเห็นรอยช้ำใต้ตาได้ถนัดเมื่อไม่มีเลนส์แว่นบดบัง 3วันมานี่ริคุได้นอนมั่งรึเปล่านะ?
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
"ตายละ เผลอหลับไปเหรอเนี่ย?" ฉันสะดุ้งตื่นขึ้น จริงๆร่างกายต้องการเวลาพักผ่อนทดแทนมากกว่านี้ แต่ความกังวลในใจกระตุ้นให้สะดุ้งลุกขึ้นมา รายงานการบ้านยังไม่เสร็จเลย
ฉันลุกขึ้นนั่งเร็วเกินจนเบลอไปสักครู่ เมื่อสมองเข้าที่ก็รีบหย่อนขาลงจากเตียง กระทบกับวัตถุนิ่มๆขนาดใหญ่
"อือ....." เสียงงึมงำครางประท้วงออกมา
โซระ?
แม้แรงกระแทกไม่มากแต่ก็ใช่ว่าน้อย เจ้าของร่างก็ยังไม่คิดจะตื่นขึ้น เพื่อนตัวเล็กของฉันนั่งอยู่ที่พื้นเอาหัวซุกแขนตัวเองเกยกับขอบเตียง
จริงสิ โซระมาหานี่นา?
ฉันค่อยๆเอาสองมือช้อนตัวอุ้มโซระขึ้นมา ตัวโซระเย็นขึ้นมากเพราะตากลมแอร์ บรรจงวางร่างลงไปบนเตียงแล้วคลุมผ้าห่มให้ ขนาดนี้เจ้าตัวยังไม่คิดจะตื่น? ฉันแอบหัวเราะเงียบๆให้กับความขี้เซา เมื่อได้นอนในท่าสบายบนเตียงนุ่มๆที่อุ่นเพราะอุณหภูมิของฉัน โซระก็ขดตัวซุกหัวลงไปกับหมอน
ความร้อนใจเมื่อยามสะดุ้งตื่นหายไป ฉันได้สังเกตุโซระอย่างผ่อนคลายเหมือนช่วงเวลาของเข็มวินาทียอมเดินช้าลงให้กับฉัน ใบหน้าเล็กๆที่ระบายยิ้มตลอดเวลาทำให้สบายใจเสมอ แต่ใบหน้าเรียบสงบตอนนี้ฉันก็ชอบมากไม่แพ้กัน
เปลือกตาพริ้มปิดสนิทเห็นแพขนตาระนาบไปบนผิวชัดเจน ตัวโซระขยับแผ่วๆตามจังหวะลมหายใจเข้าออก ฉันใช้หลังนิ้วไล้ไปตามเรือนแก้มเบาๆ ฉันชอบความอุ่นจากตัวโซระมากจริงๆ ทุกครั้งที่ได้สัมผัสเหมือนได้ซึมซับบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้เข้ามาสู่ใจ หากไม่ติดงานฉันคงใช้เวลาอยู่อย่างนี้ต่อไป ต่อไป
ฉันโน้มตัวลงไปสัมผัสผิวอุ่นนั่นด้วยริมฝีปากเบาๆ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ฉันกระพริบตาถี่ๆเป็นสัญญานบอกตัวเองว่ากำลังตื่นจากภวังค์หลับใหล
ตอนนี้สบายตัวจนไม่อยากขยับตัวไปไหน หลบอากาศเย็นในเตียงนุ่มๆผ้าห่มอุ่นๆ อยากกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
เอ๋? เรามาหาริคุที่บ้านนี่หน่า?
ฉันลืมตาตื่นมองไปรอบตัว แต่ยังอยู่ในท่าเดิมเพราะเสียดายความสบาย ห้องที่มีแสงสลัวจากไฟบนโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างบดบังแสงนั้นจากฉันไว้ ทำไมฉันมาอยู่บนเตียงริคุได้ล่ะเนี่ย?
"ริคุ?"
"ตื่นแล้วเหรอ?" ร่างเบื้องหน้าหันมาทางฉันเพียงครึ่ง มองย้อนแสงขึ้นไปเห็นเพียงเงามืดระบายอยู่
"ฉันหลับไปเหรอ?"
"อืม นานเชียวล่ะ" ริคุหันกลับไปท่าเดิม เสียงเคาะคีย์บอร์ดดังก็อกแก๊ก
ฉันลุกขึ้นนั่งหาวยาว บิดขี้เกียจสองสามทีแล้วล้มตัวลงนอนต่อ มองเลื่อนลอยไปตามฝ้าเพดานสักพัก ฉับพลันก็นึกขึ้นได้
"ริคุกินไอติมไปหมดแล้วเหรอ?"
"เปล่านี่ ยังไม่ได้กินเลย"
"ก็ไอติมไม่อยู่บนโต๊ะนั่นแล้วนี่นา" ฉันเสตามองไปบนโต๊ะเตี้ยที่อยู่กลางห้อง ช้อนสองคันยังวางอยู่ที่เดิม แต่ถุงใส่ถ้วยไอศกรีมหายไป
"ฉันเอาไปแช่ตู้เย็นข้างล่างน่ะ ถึงห้องนี้จะเย็นแต่ก็ไม่ถึงขนาดทำให้มันไม่ละลายได้หรอกนะ" ริคุต่อบทสนทนาโดยที่เสียงเคาะคีย์บอร์ดไม่ขาดช่วงลง
"จริงๆฉันซื้อมาฝากริคุนะ ริคุน่าจะกินไปก่อน"
"ไม่ล่ะ นายซื้อมาแต่รสที่นายชอบกินทั้งนั้น ฉันไม่รู้ว่านายอยากกินอันไหนเดี๋ยวผิดอันแล้วนายก็โวยวายอีก " ริคุต่อท้ายประโยคด้วยเสียงหัวเราะหึเบาๆ
"อะไรล่ะ ฉันไม่ได้ซื้อมาเพราะเป็นรสที่ฉันชอบสักหน่อย"
จริงๆแล้วริคุเป็นพวกกินรสไหนก็ได้ ต่างกับฉันที่เจาะจงอยู่เดิมๆไม่เปลี่ยน ความจริงทั้ง2ถ้วยที่ซื้อมาต่างเป็นรสโปรดของฉันทั้งคู่ที่กินสลับเวียนไปเวียนมา ถึงริคุจะกินรสไหนไปอีกอันก็ยังเป็นรสโปรดฉันอยู่ดี
"ตอนฉันหลับไป นายจะกินไปก่อนสักถ้วยก็หมดปัญหา"
"อะไรล่ะ ก็.....ก็ฉันต้องรอให้นายเลือกก่อนสิ ไม่งั้นเดี๋ยวนายก็หาว่าฉันซื้อมาเลือกกินแต่รสที่ชอบ" ฉันพยายามเอาชนะ จริงๆแล้วฉันรอให้ริคุตื่นมากินพร้อมกันต่างหากแต่เหมือนว่าถ้าพูดออกไปฉันต้องเป็นรองในบทสนทนานี้แน่นอน
"อ๋อ งั้นหรอกเหรอ"
"งั้นสิ!"เย้ คราวนี้ฉันชนะ
"จริงๆแล้วฉันรอนายน่ะ โซระ"
หา?
" อีกสัก2-3ชั่วโมงก็ทำงานเสร็จทั้งหมดแล้วล่ะ นายจะรอได้มั้ย? ถ้ายังไงลองโทรขอที่บ้านค้างที่นี่สิ แล้วเรามากินพร้อมกันนะ" เสียงเคาะคีย์บอร์ดเงียบลง ริคุหมุนเก้าอี้หันมาทางฉัน เลนส์แว่นข้างนึงสะท้อนแสงหลอดไฟเป็นสีขาวสว่าง แต่กระนั้นรอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนก็เห็นได้อย่างชัดเจน

บางที...ฉันควรเลิกคิดเอาชนะริคุด้วยการเถียงแล้วล่ะมั้ง ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์จากหัวเตียงมากดเบอร์ที่บ้านลงไป
.
.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - THE END ตอนที่2 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เห็นริคุใส่แว่นอย่างนี้ คงนึกกันถ้วนหน้าว่าฟิคสนองตัณหาตัวเองของกิ้งก่านี่หว่า 555+
บอมบาเย่ค่ะ หนุ่มแว่นบอมบาเย่ ^^
ปล. ขอบคุณNanมากเลยที่ช่วยเช็คคำผิดให้นะจ้ะ แก้เรียบร้อยแร้ววว >w<@
edit @ 2007/04/10 13:42:09
มาต้อนรับสงกานต์