ก่อนอื่นขอโฆษณา งานImaginegate วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายนศกนี้กิ้งก่าไปเปิดบูทจ้า~~@ (อ่านรายละเอียดของงาน สถานที่ วิธีการไป จิ้มลิงค์ที่ชื่องานเลยเด้อ)
1. One sky One destiny :: ขนาด A5 ราคา 100 บาท
2. Dearly Beloved I : Sora :: ขนาด B5 ราคา 130 บาท
3. Dearly Beloved II : Roxas :: ขนาด B5 ราคา 140 บาท
4. Dearly Beloved III : Axel :: ขนาด B5 ราคา 150 บาท
- - - - -
1. การ์ดซอง UK2 :: ซองละ 79 บาท
2. กล่องการ์ด UK2 :: กล่องละ 50 บาท
แล้วเจอกันเด้อลา ^^@/
ตอนที่ 3
ตัวอักษร
KH2 doujinshi
Riku+Sora
Shonen-ai // Romance
โซระรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในโลกPrideLandให้ริคุฟัง
ใครจะไปคาดคิดว่าคนใกล้ตัวจะกลายร่างเป็นสัตว์ได้.......
.
.
.
.
.
เป็นความจริงว่าหัวใจริคุนั้นปิดสนิทต่างจากโซระที่เปิดรับ”ความเป็นไปได้”อยู่เสมอ ในหัวใจผนังหินมีเพียงสิ่งที่ริคุคิดและสิ่งที่เขายอมรับเท่านั้น โซระเป็น 1 ในน้อยสิ่งจำพวกหลัง เรื่องในวันนี้น่าน้อยใจนักแต่จะตำหนิอะไรได้เพราะสิ่งที่บิดเบือนริคุจากความจริงก็คือความยึดติดต่อตัวโซระนั่นเอง นอกจากโซระแล้วสิ่งอื่นที่สะท้อนสู่นัยตามรกตคู่นั้นคงเป็นแค่เงามืด
.
.
.
.
.
วันที่ 7 ผ่านไปอย่างไร้วี่แววจนเข้าสู่วันที่ 8 , 9 และวันที่ 10
10 วันหลังจากเป็นร่างสิงโต
5 วันหลังจากริคุมาหา
นอกจากเวลาหาอาหาร ดื่มน้ำ หรือทำธุระอย่างอื่น 2 ที่ที่โซระจะอยู่คือท่าเรือและกระท่อมที่มองลงมาเห็นท่าเรือได้ชัดเจน จากความร้อนรุ่มในวันแรกใจก็เข้าสู่ความสงบ เหมือนดอกไม้ที่รอเบ่งบานในตอนเช้าและพักกลีบในตอนค่ำ แต่ความหวังว่าจะได้เจอริคุนั้นไม่มอดลงแม้แต่นิด
แดดยามเที่ยงสาดท่าเรือจนไม้ร้อนราวเหล็กเผา โซระร่นมาหลบใต้เงาร่มไม้ใหญ่ใต้กระท่อมแต่ความร้อนของไอแดดก็ไม่รามือ ขนหนาๆที่ปกป้องความหนาวเย็นยามค่ำคืนนำความอึดอัดมาให้เขายามนี้จนหายใจลำบาก
โซระเดินไปดื่มน้ำที่แอ่งน้ำตกดับความรุ่มร้อน ในหุบเขาที่ตั้งหลบแดดตลอดทั้งวัน ไอเย็นชื้นๆจากดินภูเขาสดชื่นมาก ไม่แปลกใจที่บรรดาเห็ด ตะไคร่ มอส เฟิร์นมาเกาะกลุ่มพำนักกันหนาแน่นเป็นผืนพรมสีเขียว สายน้ำกระทบโขดหินอย่างแรงกระเซ็นเป็นละอองกระจายไปทั่ว ประปรายทั่วใบหน้าเย็นชื่นใจ โซระตัดสินใจดับร้อนให้ชะงัดโดยกระโดดลงไปในแอ่งน้ำใสเสียงดังครืนๆนั่น
ร่างเขาที่ย่อลงทำให้แอ่งเล็กๆกลายเป็นสระกว้างกำลังพอดี 4 ขาตะกุยใต้น้ำเป็นใบพัดให้ร่างพุ่งไปข้างหน้าบ้าง บางทีก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เผลอเจอแรงน้ำดันสีข้างหนักเกินคาด ลูกสิงโตเสียหลักตัวโงนเงนผลิกไปผลิกมา
เมื่อเหนื่อยกับการว่ายน้ำ โซระย้ายตัวมานอนแช่แอ่งสงบริมแนวหินทิ้งให้เสียงน้ำตกคำรามดังอยู่ข้างหลัง กิ่งไม้ยื่นใบเขียวหนาเป็นแพเเหมือนร่มฉัตร ผลสีแดงสดย้อยลงมายั่วให้เด็ดกินแต่รสชาติที่เคยลิ้มกลับไม่เอาอ่าว โซระพักหน้าลงบนหินกลมเกลี้ยงเย็นเยียบ คลื่นบางๆแผ่กระทบหลังล้อแผงขนให้เต้นระบำไปมาเหมือนสาหร่าย เขาหลับตาพริ้มซึบซับความสบาย ปล่อยความกลุ้มใจละลายไปกับสายน้ำอย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้
เจ้าตัวเองก็คงไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังโบกหางอยู่ไหวๆอย่างอารมณ์ดี อุ้งเท้าหลังเขี่ยหินใต้น้ำขนาดเท่าไข่ไก่กลิ้งไปกลิ้งมา บางเม็ดก็มีขนาดเท่าลูกแก้ว บางเม็ดก็มีขนาดเท่าแตงโม ทุกก้อนกลมเกลี้ยงราวถูกเจียรด้วยช่างฝีมือเอก เขากับริคุตอนเด็กชอบเลือกเก็บทรงประหลาดๆมาสะสมกันบ่อยๆ บางอันเป็นรูปดวงจันทร์ บางอันเป็นรูปเหรียญเงิน บางทีก็เหมือนตัวอักษร
ตัวอักษร?
.
.
.
.
.
ไม่รอให้ขนแห้งดี โซระร่างสิงโตในสภาพขนเปียกลู่แนบลำตัววิ่งไปมาระหว่างแอ่งน้ำตกและหาดทราย ในปากคาบก้อนหินเท่าผลมะนาวบ้างผลส้มบ้างมากองพะเนิน
กว่าจะได้จำนวนตามที่ต้องการก็ทำเอาลูกสิงโตหอบตัวโยน นั่งแผล่ะนอนแผล่ะไปหลายรอบแต่ก็ไม่คิดหยุดพักหรือทิ้งไว้ทำต่อพรุ่งนี้ ในใจลนลานว่า”ริคุ”อาจจะกลับมาในอีกนาที 2นาทีนี้ก็ได้
ฉันต้องทำสิ่งนี้ให้เสร็จก่อนเขาจะมา
สิ่งที่ตั้งใจก็เสร็จลงก่อนตะวันดับโดยไร้วี่แววคนที่เฝ้ารอ ที่เหลือคือเวลาและเวลา เวลาที่เพื่อนคนสำคัญของเขาจะกลับมาอีกครั้ง
กลับมาตามหาเขา
กลับมาเห็นสิ่งนี้
++++++++++++++++++++++++
วันที่ 14
โซระอยู่บนท่าเรือเหมือนเคย ธุระอย่างหนึ่งที่เพิ่มขึ้นใน 4 วันที่ผ่านมาคือดูแลให้สิ่งที่เตรียมไว้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมเสมอ ไม่ถูกรบกวนโดยสายลม คลื่นน้ำ หรือเหล่านกไร้กาลเทศะ
ลมพัดตามตัวเหมือนลูบไล้ขนด้วยความเอ็นดู อากาศดีแดดไม่แรงอย่างนี้เขาคงฝันกลางวันถึงอะไรดีๆได้......แล้วเปลือกตาบางๆก็พริบปิดลง เกาะแห่งนี้ไม่มีเวลาที่”เงียบกริบ” ทุกเสี้ยววิจะบรรเลงด้วยเสียงลมหรือเสียงคลื่นเสมอ โซระคุ้นเคยกับทำนองเหล่านี้ดีดั่งเพลงกล่อมเด็ก ในห้วงความฝันก็ยังมีเสียงกระซิบจากยอดคลื่นแผ่วๆเข้ามา
.
.
.
.
.
.
กึก
เสียงหนักๆกระทบไม้กระดาน แรงสั่นต่อเนื่องไปยังทุกๆแผ่นที่เรียงตัวเป็นท่าน้ำ รวมถึงแผ่นที่โซระนอนอยู่
กึก กึก
แรงสั่นหนักขึ้นเรื่อยๆตามความใกล้ของระยะทาง โซระตื่นขึ้นจากแรงรบกวน ภาพแรกที่เห็นเมื่อลืมตาคือรองเท้าที่ใกล้เกือบเหยียบปลายหนวด
รองเท้าของริคุ
ริคุ!
นี่ไม่ใช่ฝันกลางวันใช่มั้ย?
มือกว้างยื่นเข้ามาหา มือที่อบอุ่นและแสนคิดถึง...แต่โซระเลือกใช้ 4 เท้ายันตัวกระโดดลุกขึ้นวิ่งหนีไป
“นี่แก เดี๋ยวก่อน!!” เสียงจากร่างสูงตะโกนตามคล้อยหลัง ลูกหมาตัวนั้นเอี้ยวหลังมามองเพียงเสี้ยววิก่อนวิ่งหายลับไปกับโขดหินและมุมผา
.
.
.
.
.
ริคุเหนื่อยอ่อนจากการหาหลายต่อหลายแห่งจนถึงทางตันที่ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งด้วยความหวังและไม่หวัง......อย่างน้อยที่นี่ก็มีสิ่งหนึ่งเหลือเป็นเงื่อนงำ สร้อยคอเส้นนั้น โซ่เส้นนั้น โซระใส่ให้ลูกหมานั่น? โซระอยู่กับมันที่นี่? แต่คราวก่อนควานหาจนแทบพลิกเกาะก็ไม่พบแม้เงาหรือเสียงสะท้อนของลมหายใจ
ริคุจะโกรธมากถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นเกมส์ตลกร้ายของโซระที่สร้างเพื่อยวนประสาทเขาหรือใครก็ตาม แต่ตอนนี้เขาอยากให้มันเป็นอย่างนั้น เป็นแค่เกมส์…….เพราะไม่อยากยอมรับว่าเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้น
เพื่อนที่ห่างกันไปนานนับปี แยกจากกันเพียงอาทิตย์กลับหายตัวไปอีก......นายถูกใครทำร้าย? นายจะยังปลอดภัยรึเปล่า? หรือหนีหายไปเพราะไม่พอใจอะไร? แล้วทำไมไม่บอกฉันสักคำ?
พาลคิดว่าหรือตัวเองคือต้นเหตุ.......
ไม่ว่าทางไหนก็ย่ำแย่ย้ำให้ยิ่งห่วงนักหนา ความกังวลฉับพลันเปลี่ยนเป็นโกรธแล้วกลายเป็นเศร้า.....หมุนวนสลับไปมาดั่งท้องฟ้าเจือเฉดสีปนเปไม่แน่นอน
ทุกอย่างเกิดภายใต้เปลือกนอกที่เรียบเฉยนั่นเอง
.
.
.
.
.
ตอนแรกริคุตั้งใจปล่อยลูกหมากับสายสร้อยทิ้งไว้เพื่อล่อให้โซระออกมา สร้อยเส้นโปรดที่ริคุเชื่อว่าโซระไม่มีวันทิ้งมันแต่ก็คาดผิด สายสร้อยกับลูกหมานั่นยังเหมือนเดิม ทุกอย่างปราศจากความเคลื่อนไหว มันไม่ใช่เกมส์ซื้อเวลารอกันว่าใครแพ้ก่อนอีกแล้ว
ถึงเวลาที่ต้องตัดใจและยอมรับสิ่งร้ายๆที่ไม่อยากนึกถึง เขาคงต้องเดินทางไกลอีกครั้ง
ตอนนี้เขาอยากเอาสร้อยเส้นนี้กลับไป
แม้ไม่เจอเจ้าของแต่การเห็นสิ่งประจำตัวก็ทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
เพียงแค่เล็กน้อยก็ยังดี
.
.
.
.
++++++++++++++++++++++++
ร่างสูงเดินตามรอยอุ้งเท้าที่ประทับเรียงรายบนพื้นทรายเป็นเส้นทางเหมือนจงใจชักนำ เสียงเห่าแหลมเล็กดังก้องไปทั่วเกาะสะท้อนไปมาหนวกหู ณ หาดทรายอีกฟาก เบื้องหน้าลูกสุนัขนั้นคือกลุ่มก้อนหินที่เรียงรายอย่างตั้งใจเป็นอักษร 4 ตัว
ลมหายใจริคุปั่นป่วน
.
.
.
.
.
S O R A >
สัญลักษณ์ลูกศรพ่วงท้ายอยู่หลังสุด ปลายมุมแหลมนั่นมีร่างลูกสุนัขนั่งอยู่ด้วยทีท่าลนลาน สายตามองตรงมาอย่างคาดหวัง จ้องไปยังเด็กหนุ่มผมเงินสีหน้าตะลึงยืนนิ่งอยู่กับที่ มีเพียงเส้นผมที่เต้นกระจายไปตามกระแสลม
.............ได้โปรดเถอะนะ รู้เถอะ ริคุ
โซระภาวนาซ้ำไปซ้ำมาพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองศึก
...........รู้เถอะ แล้ววิ่งมาด่าว่า”ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย เจ้าโง่” หรือ “นายตลกเป็นบ้า”
..........จะเขกหัวหรือรัดคออย่างที่เคยทำก็ได้นะ อะไรก็ได้
...........นี่ฉันเองนะ โซระไง!
.
.
.
.
.
.
ผัวะ!!
.
.
.
.
.
.
แรงเตะของริคุทำให้อักษร S และ O ไม่เป็นตัวอักษรอีกต่อไป
ละอองทรายฟุ้งเป็นควัน ก้อนหินกระจัดกระจายในอากาศพร้อมกับบางสิ่งในตัวริคุขาดสะบั้นลง
นี่เขากำลังถูกปั่นหัวอยู่รึไง????
“ออกมาสิ โซระ!!!” เสียงทุ้มแตกหนุ่มดังลั่นไปทั่วเกาะจนฝูงนกตามยอดไม้โผกระเจิงเป็นเสียงรัวพรึ่บพรั่บ
“ถ้ามีเวลาซ่อนตัวและเล่นบ้าๆอะไรอย่างนี้ก็ออกมาสิ อยากได้อะไร? ต้องการอะไรกันแน่?”
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
3. รสเลือด
จาก 2 ตอนแรกที่แปะไปแล้วได้รับFeedbackกลับมาอย่างอบอุ่นว่าริคุโง่มาก กร๊าก พยายามเขียน+ใส่เหตุผลให้อยู่ในระดับ"ไม่รู้"ตามมาตรฐานวิญญูชนแล้วนะ แต่ท่าทางจะไม่เวิร์คล่ะมั้ง...
เอาเถิดดดดดดดด ถ้าไม่มาอย่างนี้เนื้อเรื่องหลักก็เดินต่อไปไม่ได้จิ TTwTT รบกวนติดตามกันด้วยนะคะ >w< (อย่าพึ่งสนตะพายใส่ริคุซะก่อนล่ะ โฮๆๆ)
ระวังซิมบาน้ำตาตกในเน้อ