ก่อนอื่นขอโฆษณา งานImaginegate วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายนศกนี้กิ้งก่าไปเปิดบูทจ้า~~@ (อ่านรายละเอียดของงาน สถานที่ วิธีการไป จิ้มลิงค์ที่ชื่องานเลยเด้อ)
1. One sky One destiny :: ขนาด A5 ราคา 100 บาท
2. Dearly Beloved I : Sora :: ขนาด B5 ราคา 130 บาท
3. Dearly Beloved II : Roxas :: ขนาด B5 ราคา 140 บาท
4. Dearly Beloved III : Axel :: ขนาด B5 ราคา 150 บาท
- - - - -
1. การ์ดซอง UK2 :: ซองละ 79 บาท
2. กล่องการ์ด UK2 :: กล่องละ 50 บาท
แล้วเจอกันเด้อลา ^^@/
ตอนที่ 4
รสเลือด
KH2 doujinshi
Riku+Sora
Shonen-ai // Romance
“ออกมาสิ โซระ!!!” เสียงทุ้มแตกหนุ่มดังลั่นไปทั่วเกาะจนฝูงนกตามยอดไม้โผกระเจิงเป็นเสียงรัวพรึ่บพรั่บ
“ถ้ามีเวลาซ่อนตัวและเล่นบ้าๆอะไรอย่างนี้ก็ออกมาสิ อยากได้อะไร? ต้องการอะไรกันแน่?” ริคุตะโกนใส่ทุกสิ่งบนเกาะด้วยความเกรี้ยวกราด สีหน้ายู่ยี่ด้วยแรงโทสะ โซระผงะด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิด เขาไม่เคยเห็นเพื่อนที่เยือกเย็นคนนี้แสดงอารมณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ดูคลุ้มคลั่งราวสัตว์ร้ายจนตรอก
ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาหา ในมุมมองของสิ่งมีชีวิตที่ต้องเงยสุดคอแล้วเพื่อนเขาดูเหมือนยักษ์ไม่มีผิด ริคุทรุดเข่าลงนั่งต่อหน้า ฝ่ามือกว้างคว้าเรียวคอเล็กราวงูฉก กระชากลูกสิงโตเข้าหาตัวราวคว้าปุยสำลีไร้น้ำหนัก
โซระเกร็งตัว เหยียดสุดขาหลังให้ปลายอุ้งเท้ายันพื้นกันตัวเองอยู่ในสภาพแขวนคอ อุ้งเท้าหน้าตะกุยให้มือใหญ่ ปล่อยแต่ไร้ผล ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ นี่เขาจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างไร? แรงมือที่กำคอมิดในรอบเดียวรัดแน่นจนหายใจลำบาก ได้กลิ่นเลือดตัวเองในโพรงจมูกเหมือนเส้นเลือดฝอยจะปริแตก โซระฝืนลืมตาจ้องมองนัยตาเขียวมรกตที่ไม่สะท้อนสิ่งใดนอกจากความขุ่นมัวแห่งเพลิงโกรธ
ฉับพลันสร้อยคอถูกกระชากอย่างแรง โซ่ขนาดใหญ่กระแทกท้ายทอยจนศรีษะเล็กๆโคลง ความกังวลที่สะสมมาแรมเดือนและความโกรธถึงขีดสุดระเบิดออกมา ทั้งหมดถูกระบายลงลำคอเล็กๆอย่างขาดสติ
โซระเค้นออกซิเจนทั้งหมดที่เหลือในตัวทุ่มแรงสะบัดหัวสุดชีวิตไม่ให้สายสร้อยพ้นจากลำคอ ยิ่งฝืนสายโซ่ยิ่งเสียดเนื้อคอจนแสบร้อนเหมือนถูกทาบด้วยเหล็กเผาไฟ ลูกสิงโตปกป้องสมบัติชิ้นเดียวบนตัวสุดชีวิตแต่จะทำไปได้อีกนานเท่าไหร่?
.....สายตาเริ่มพร่ามัว .....
หยุดนะ!!!
.
.
.
.
ฉัวะ!!
++++++++++++++++++++++++
รสฝาดของเลือดแผ่ไปทั่วลิ้น
เขี้ยวสีขาวฝังลึกลงบนหลังมือใหญ่จนมิด ของเหลวสีแดงข้นซึมออกมา
หากสร้อยเส้นนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ริคุโยงลูกหมากับตัวเขาได้ล่ะก็ เขาจะไม่ยอมให้ถอดมันเด็ดขาด
ไม่ยอม
โซระเกร็งปากเล็กๆไว้แน่นด้วยแรงใจเกินตัว ร่างเท่าลูกหมาอย่างนี้เขาอาจถูกเหวี่ยงลอยไปหรือโดนทุบจนกระดูกหักก็ได้ แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด นี่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องตัวตนเอาไว้ ถ้าสร้อยเส้นนี้จากไปริคุคงไม่มีวันกลับมาที่นี่อีก
เขาไม่อยากเฝ้ามองความว่างเปล่าในคืนที่มืดมิดและเหน็บหนาวอีกแล้ว
อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว
.
.
.
.
มือใหญ่คลายแรงออกแต่ไม่ปล่อยให้คอเล็กเป็นอิสระ โซระสูดอากาศเข้าดังเฮือกเรียกสติที่เกือบหลุดลอยไปทั้งที่ฟันยังฝังเนื้ออยู่อย่างนั้น
อุ้งมือรอบคอเขาสั่นเครือ
สั่นเครือ?
โซระเหลีอบตามองขึ้นไป ใบหน้าที่ก้มลงมาระบายด้วยเงาดำ เห็นเพียงเส้นผมสีเงินสะท้อนแสงยามเย็นเป็นสีแดงเศร้าสะท้อนเข้าตา
แผะ
โซระกระพริบตาถี่ๆอย่างงุนงง เสี้ยววินาทีนั้นเขาไม่รู้ว่าอะไรร่วงลงกระทบกลางแสกหน้า แต่มันอุ่นจนร้อน
“.......กลับมา.......”
เสียงของริคุ? แต่เหมือนไม่ใช่เสียงของริคุ เขาไม่เคยได้ยินเสียงริคุแบบนี้ มันสั่นเครือ ขาดห้วงราวดังจากทรวงอก แผ่วเบาเหมือนคนไร้ความมั่นใจ ต่างจากเสียงกราดเกรี้ยวเมื่อครู่โดยสิ้นเชิงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากคนเดียวกัน
“..........กลับมาเถอะ”
อีกหยด และอีกหยดร่วงหล่น เนื้อที่ถูกกระทบร้อนแทบไหม้ราวไฟจี้ หัวใจสัมผัสความรู้สึกหนักอึ้งที่ทิ้งตัวร่วงลงมากับหยาดน้ำ ร้องไห้เหรอ? คนตรงหน้ากำลังหลั่งน้ำตาเหรอ? คนที่เยือกเย็นแข็งกร้าวถูกทุกคนครหาว่าไร้หัวใจคนนั้นกำลังหลั่งน้ำตา? เพื่อเรา.......ตัวเรา.........ริคุเก็บทุกอย่างไว้กับตัวคนเดียวมากแค่ไหนนะ? หัวโซระอื้ออึงเหมือนถูกดึงจมลงสู่ท้องสมุทรไร้ก้นอันมืดมิด เขาไม่อาจจินตนาการถึงสีหน้าของเพื่อนที่ซ่อนเร้นภายใต้เงามืดนั้นได้เลย
ดวงตาสีฟ้าใสรื้นชื้น........คิดซ้ำไปมาว่าถ้าทำให้หยุดน้ำตาริคุได้จะบีบคอเขาให้ตายซะตรงนี้ก็ไม่เป็นไร
.
.
.
.
++++++++++++++++++++++++
เรือลำเล็กลอยเท้งกลางทะเล อาศัยแรงพายจากคนโดยสารเคลื่อนตัวแหวกน้ำไปข้างหน้า ทิศที่แผ่นดินใหญ่และบ้านเรือนอาศัยตั้งอยู่
ลูกสิงโตตัวหนึ่งโดยสารมาด้วย หลังจากริคุปล่อยตัวสงบสติอารมณ์บนหาดทรายนั่นพักใหญ่ ร่างสูงปล่อยลูกสิงโตในมือเป็นอิสระและผินหลังกลับท่าเรือ โซระยันตัวลุกขึ้น เมื่อคุมเข่าที่อ่อนเปลี้ยได้ก็วิ่งตามไป คราวนี้ริคุไม่เหวี่ยงเขากลับขึ้นท่าเรืออีก
ในเรือ ริคุไม่ได้มองเขา ไม่ได้มองอะไร อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีลูกสิงโตนั่งอยู่ตรงนี้ สายตาหลุดลอยไปในที่ๆใครเข้าไม่ถึง ที่ๆไม่เห็นด้วยตา คงมีแต่หัวใจของริคุเท่านั้นที่รู้ รอยเขี้ยว2รูยังมีเลือดไหลซึมตัดผิวขาวให้สีแดงยิ่งสดเด่นเป็นสิ่งบอกว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องไร้เลือดเนื้อ ใบหน้าคมเรียบเฉยดังว่าอารมณ์ทั้งหลายที่ปรากฏบนเกาะเป็นเพียงภาพลวง เพื่อนที่เยือกเย็นของเขาคนนี้เป็นคนไม่ชอบแสดงออกหรือเรียกว่าแสดงออกไม่เก่งดีล่ะ?
แต่ไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้สึกแน่นอน
.
.
.
.
.
เรือเทียบท่าแผ่นดินใหญ่ก่อนท้องฟ้าและผืนน้ำกลายเป็นสีดำสนิทพอดี ริคุผูกเรืออย่างไม่ใส่ใจ หันหลังเดินไปทางทิศบ้านตัวเอง แน่นอนว่าตามหลังด้วยลูกสิงโตสีน้ำตาลตัวน้อยไม่ห่าง
ระหว่างทางผ่านบ้านโซระ
ริคุแวะเข้าไป ทำเอาลูกสิงโตที่ตามหลังแปลกใจว่ามีธุระอะไรกับบ้านของเขา? โซระแอบหลังเสารั้วในตำแหน่งที่มั่นใจว่าเงามืดจะบังตัวเขาไว้ชัดเจน ตรงนี้ไม่ห่างประตูหน้าบ้านมากนัก ถ้ายืนคุยกันที่นั่นเขาคงได้ยินบทสนทนา
กดกริ่ง ไม่นานประตูบ้านเปิดออก ด้านหลังคือหญิงวัยกลางคนแลดูอิดโรย เมื่อเห็นว่าแขกมาเยือนเป็นเพื่อนสนิทของลูกชายก็ยิ้มต้อนรับแต่ขาดไร้ความสดชื่น ในบ้านมีเสียงเจื้อยแจ้วจากรายการทีวีน่าเบื่อดั่งว่าเปิดเพียงเพื่อขับไล่บรรยากาศหงอยเหงา
คุณแม่....... โซระชะโงกหัวมองคนที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิตอย่างคิดถึง
ริคุรายงานแม่ของโซระ ออกจะเป็นข่าวร้ายแต่ไม่เกินความคาดหมายว่าไม่พบตัวลูกชายที่หายไป แม่โซระผยักหน้ารับรู้ ปากพร่ำว่าไม่เป็นไรๆแต่ดวงตานั้นรื้นชื้น การหายตัวอย่างกะทันหันทำให้คนที่รักและห่วงเขาต้องเป็นทุกข์มากมาย หัวใจโซระสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกผิด อยากกระโดดกอด อยากเช็ดน้ำตาแม่ตัวเอง
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า โซระดูแลตัวเองได้เล่นเบื่อเดี๋ยวก็กลับมา ถึงตอนนั้นอย่าลืมทำโทษเขาหนักๆนะครับ”
ริคุยิ้มบางๆให้คนตรงหน้า ท้ายประโยคทำให้สองฝ่ายเจือยิ้มขึ้นมาได้บ้าง แม่โซระเห็นทีท่าและสีหน้าที่มั่นคงยืนยันคำก็สบายใจ “เอ่อนี่ ริคุทานข้าวเย็นรึยังจ้ะ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็เข้ามาในบ้านก่อนสิ”
“ผมทานมาแล้ว ไม่รบกวนดีกว่า”
โกหก โซระคิดในใจ แม่~~~ริคุยังไม่ได้กินอะไรเลย ลากเขาไปกินข้าวให้ได้นะ ทำแผลให้ด้วย ที่หลังมือน่ะ เห็นสิๆ ดูท่าเจ้าตัวจะลืมไปว่าตัวเองก็ยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเหมือนกัน
“อ้ะ นั่น หลังมือของเธอ”
หญิงผู้ใจดีอุทาน สีหน้าตำหนิตัวเองว่าทำไมพึ่งสังเกตเห็น แม่โซระชักชวนให้เจ้าของบาดแผลเข้าไปข้างในบ้าน แต่เมื่อริคุดื้อดึง เธอจึงรีบวิ่งเอากล่องปฐมพยาบาลออกมาข้างนอก
คุณน้าของริคุทำแผลไปบ่นพร่ำไปตามประสาผู้ใหญ่ขี้ห่วง
“........คุณน้าครับ”
“หือ?” ติดกิ๊ฟเกี่ยวผ้าพันแผลเสร็จพอดี คุณน้าของริคุตบลงบนแผลที่พึ่งทำเสร็จเบาๆ พยาบาลเห็นคงชมว่าเธอทำได้เก่งและเรียบร้อยเพราะลูกชายตัวซนหอบแผลมาให้ฝึกวิชาเป็นประจำ โซระคุ้นเคยกับนิสัยตบลงเหนือแผลนั่นดี มันเหมือนเสกมนต์ให้ไม่เจ็บและหายไว เขาเชื่อว่ามันได้ผลจริงๆ
“มีอะไรเหรอจ้ะ?” เธอถามคนเริ่มพูดซ้ำ นึกแปลกใจเพราะเด็กหนุ่มเถรตรงคนนี้ไม่เคยอ้ำอึ้งมาก่อน
“ที่โซระหายตัวไป..........”
………..อาจเป็นเพราะผม
ริมฝีปากเรียวเม้มเข้ากัน สายตาไม่สบกับคนตรงหน้า “.........ผมจะตามหาเขาจนเจอให้ได้”
หญิงกลางคนคลี่ยิ้ม ถอนหายใจโล่งอกเบาๆคลายความวิตกที่รอฟังว่าเด็กหนุ่มจะพูดอะไร เธอลูบผมสีเงินสลวยด้วยความเอ็นดู“น้าดีใจนะและก็ขอบคุณมากที่เธอเป็นห่วงโซระขนาดนี้ แต่รักษาตัวเองด้วยนะ 2อาทิตย์มานี้เธอตามหาเขาอย่างหนักทุกวันเลยนี่นา”
ริคุยิ้มบางๆแทนคำตอบ ทั้งสองกล่าวคำร่ำลากันเล็กน้อย เมื่อริคุเดินพ้นอาณาเขตรั้วประตูบ้านก็ปิดลง
โซระอยากเข้าไปในบ้าน อยากกระโดดไปหาคุณพ่อ อยากไปซุกตักคุณแม่ อยากบอกว่าผมอยู่ตรงนี้ไม่ต้องห่วง อยากกินอาหารฝีมือแม่ที่คิดถึงตลอด 2 อาทิตย์ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ที่ๆผมอยากอยู่ที่สุดไม่ใช่บ้าน แต่เป็นข้างๆคนๆนี้
โซระคงจะคิดเหมือนแม่ตัวเองว่าริคุช่างเข้มแข็งราวใส่หัวใจหินถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นบนเกาะนั่น เบื้องหลังสีหน้าเรียบเฉยคือความรู้สึกห่วงหาอันรุนแรง ดังเกลียวคลื่นที่โหมกระหน่ำใต้ผืนน้ำที่นิ่งสงบ
เขาไม่อยากปล่อยให้คนๆนี้อยู่คนเดียวแม้สักวินาที
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
5. ช่างคล้าย
ตอนนี้แต่งจบแล้ว เฮ้~~~~คาดว่าลงอีก 2 ครั้งก็หมดก็อก แต่งตอนพิเศษไว้ด้วยก็คงลงเพิ่มได้อีกครั้ง
ฝากเอ็นดูริคุกันด้วยนะคะ TTwTT
edit @ 16 Nov 2007 14:41:53 by EGUANAฟ้าประทาน