วันเสาร์ไปเป็นตากล้องให้ทีมOZที่งานบูม+สตอลค์นากิชม.สุดท้าย HBDเจ๊โร+ขอบคุณที่เจ๊เลี้ยงข้าวและเค้ก ทีรามิตซุอร่อยมากกกกกกก ชอกโกแลต rain forrest เหมือนโตเดียวโดม ฮา
-
วันอาทิตย์ไปขายของที่งานImagine Gate
สถานที่จัดงานถูกใจ แต่เสียดายว่างานCP8ดึงคนไปซะมากเลยด้อยความคึกคักไป กลายเป็นนั่งคุยนั่งฝอยกับป้าCherieหลายกระเบียดยืดยาวในหัวข้อที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ถกกับใครนัก จบงานไปฝอยต่อที่ร้านขนมจีนจนถูกเชิญออก สนุกอ่า~~อยากคุยอีก (ป้า : พอแล้วว้อย~~!) ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอุดหนุนบูทกิ้งก่านะคะ ^^@ การ์ด+กล่องUK2ได้รับความสนใจเกินคาด! ดีใจๆ วันหลังขนไปขายอีก ฮา ได้การ์ดดีๆกันไปมั่งรึเปล่าเอ่ย?
ใครไปงานCP8มาบ้าง? เล่าบรรยากาศงานให้ฟังมั่งนะคะ อยากรู้>w<@ (จาก...คนที่อยู่ไกล กร๊าก)
ตอนที่ 5
ช่างคล้าย
KH2 doujinshi
Riku+Sora
Shonen-ai // Romance
ประตูบ้านริคุเปิดออก สิ่งต้อนรับคือเฟอร์นิเจอร์สะท้อนแสงจันทร์เป็นสีน้ำเงินลางๆในห้องมืดและไอเย็นเยียบ เย็นจนขนหนาที่ปกคลุมทั่วร่างลูกสิงโตลุกชัน บรรยากาศช่างห่างจากนิยามคำว่า”บ้าน”ในหัวเขาเหลือเกิน
ริคุอยู่บ้านคนเดียวเสมอ
แต่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา การอยู่กับความสงบ เงียบ นี้เป็นสิ่งที่ตัวเขาชอบมากกว่า สำหรับริคุแล้วครอบครัวจะเป็นอย่างไรก็ได้ จะมีหรือไม่มีอยู่ก็ไม่ทำให้เขารู้สึกแตกต่างกัน ชีวิตที่สมบูรณ์กับการดำรงอยู่กับตัวเองไม่ต้องการใครหรือสิ่งใดนอกจาก........
เพียงคนเดียวเท่านั้น
............สิ่งเดียวที่มีอิทธิพลต่อเขาถึงเพียงนี้
.
.
.
.
.
ริคุเดินเข้าบ้านทิ้งบานประตูให้แรงเฉื่อยปิดลงเอง ลูกสิงโตฉวยโอกาสนั้นแว่บผ่านเข้ามา ไม่ลืมถูอุ้งเท้า 4 ข้างกับพรมผืนเล็กก่อนขึ้นพื้นยกระดับ แสงไฟสว่างขึ้น โซระไม่ได้เงยหน้ามองแต่เงี่ยหูฟังก็รู้ว่าเพื่อนกำลังเอาข้าวของออกจากกระเป๋ากางเกงกองไว้ที่เคาท์เตอร์ใต้บันไดก่อนขึ้นชั้นบนอย่างเคย
โซระเป็นคนเดียวที่ได้เป็นแขกเยือนบ้านหลังนี้บ่อยๆ ทุกครั้งจะนำเสียงเจื้อยแจ้วกับความอึกทึกเข้ามาด้วยเสมอแต่ครั้งนี้ต่างไป.....เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นบ้านในสภาพริคุอยู่คนเดียว มันเงียบมาก เงียบจนเสียงทุกอย่างไม่ว่าเบาขนาดไหนสะท้อนก้องไปมา ร่างริคุในฉากนั้นเหมือนตุ๊กตาใบ้เคลื่อนไหวได้
โซระไม่แน่ใจว่าเจ้าของบ้านรู้ตัวรึเปล่าว่ามีตัวเองอยู่ตรงนี้ ลูกสิงโตระวังตัวรักษาระยะห่างไม่ให้เป็นที่เกะกะแก่สายตา ในบ้านที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟเจือจางเหนือโถงบันไดให้ความสว่าง ริคุเดินขึ้นชั้นบน โซระวิ่งตาม....อย่างย่องๆ
โครม!
ตึง
ตึง
ตึง
ณ ชั้นพักบันได ลูกสิงโตนอนแผล่ะเอ้งเม้งหมดท่า โซระไถลลื่นลงมา 3 ขั้น ปลายคางกระแทกขอบบันได...เจ็บจนน้ำตาซึม
………….ตายละวา!!
ก่อนสนใจว่าเลือดจะสาดหรือคางจะแตก โซระเงยหน้ามองเจ้าของบ้านข้างบน ดวงตาทั้งสองสบกัน ลูกสิงโตกลืนน้ำลายดังเอื้อก ดูท่าคืนนี้เขาจะได้นอนตากน้ำค้างนอกบ้านซะแล้ว....
ผิดคาด.....ริคุผินหน้ากลับช้าๆดังเห็นแค่เศษฝุ่นปลิวล่องในอากาศ คืนนี้คงอ่อนล้าเกินกว่าจะทำอะไรอีก เสียง แช๊ะ ไฟดับลงให้บ้านกลับสู่ความมืดอันธการอีกครั้ง มีเพียงแสงจันทร์บางๆลอดหน้าต่างนำทางให้ลูกสิงโตย่างเท้าอย่างระมัดระวังกันไม่ให้เจ็บตัวซ้ำสอง
แสงอ่อนๆลอดผ่านช่องใต้ประตูห้องริคุเป็นสัญญาน ซึ่งแม้นไม่มีมันโซระก็รู้ดีว่าห้องไหน
เสียงน้ำไหล ซ่า ซ่า จากหลังประตูบานนั้นดังก้องไปมาทั่วบ้าน ริคุคงทำธุระอยู่ในห้องน้ำด้านใน โซระยืนสองขายืดสุดตัว สองอุ้งเท้าหน้าเกี่ยวลูกบิดประตูให้หมุนลง กึก ประตูผละขอบวงกบเป็นเสียงเบาๆ
ลูกสิงโตยื่นหน้านำสำรวจเข้าไปก่อน ในห้องยังไม่เปิดไฟแต่มีแสงจากห้องน้ำที่ประตูเปิดทิ้งค้าง แขกสี่เท้าฉวยโอกาสแพร้วตัวเข้ามา ดันประตูกลับเข้าที่ให้เงียบเสียงที่สุด ค่อยๆ เบาๆ ขัดกับเสียงหัวใจที่ระรัวเป็นเครื่องกลอง
ห้องนอนริคุยังเป็นที่ๆคุ้นเคยสำหรับโซระเสมอ กลิ่นอายที่คุ้นเคย.....โต๊ะตรงนั้น ตู้ตรงนั้น เตียงตรงนั้น ข้าวของเล็กๆน้อยๆอาจถูกสับที่บ้างแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปในสายตา โซระเลือกมุมเล็กๆสำหรับซ่อนตัวและแอบสังเกตุเพื่อนเขาได้ไม่ลำบาก
.
.
.
.
.
ริคุออกจากห้องน้ำโดยไม่ปิดไฟ สวมเสื้อผ้าลำลองชุดใหม่ ผมสีเกือบขาวเป็นเทาเข้มเมื่อเปียก มันยังมีหยดน้ำไหลลู่ไม่หยุดแสดงถึงความไม่ใส่ใจเช็ดของเจ้าตัว
เจ้าของห้องปีนขึ้นเตียงที่รกตามประสาเด็กหนุ่มแต่เรียบร้อยกว่าของโซระมากนัก มือใหญ่จับม่านรูดไปสุดขอบอีกด้าน ผลักบานหน้าต่างออกไปสายลมและเสียงคลื่นก็เยือนเข้ามาอย่างวิสาสะ เบื้องนอกคือวิวท้องทะเลสีดำกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้าอันเวิ้งว้างเหมือนรูปวาดมีขอบหน้าต่างเป็นกรอบ
ลมเย็นพัดพาความสดชื่นชะล้างความอึมครึม แสงเดือนดาวอาบไล้ไปทั่วห้องร้างไฟอย่างนุ่มนวลรวมถึงร่างสูงที่นั่งอยู่ ผิวขาวละเอียดและเส้นผมสีเงินสะท้อนเป็นประกายงดงามราวอยู่อีกห้วงมิตินึงที่ไม่สามารถจับต้องได้ โซระเผลอจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างลืมตัวราวพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ในความงดงามดั่งร่ายมนต์นั้นดวงตาสีมรกตคู่สวยเหม่อลอยออกไปไกล ไกลออกไป ณ สุดสายตานั้นคือ......
.
.
.
.
.
ค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงา ห้วงเวลาแสนเดียวดาย ทุกคนต่างไขว่ขว้าหาสิ่งปลอบประโลมใจ เพียงใครสักคนคอยรับฟัง เพียงใครสักคนอยู่เคียงข้าง เพียงสิ่งใดสักสิ่งที่โอบกอดไว้ได้
แต่ริคุไม่ต้องการอะไรเลย
ไม่แม้แต่จะโอบกอดตัวเอง
ทุกอย่างเก็บกักไว้ในร่างอย่างเงียบเชียบ หากผ่าออกดูได้คงเห็นตะกอนขนาดใหญ่ทับถมซ้อนกันจนหนักอึ้ง น้ำหนักที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการถึง ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะถึงขีดจำกัดเมื่อไหร่ และจะเกิดอะไร
โซระตำหนิตัวเอง เขาอาจจะเข้าใจริคุได้ลึกซึ้งกว่าใคร แต่ที่เคยคิดว่าเข้าใจทั้งหมดนั้นไม่ใช่....
ไม่ใช่เลย
วิสาสะสร้างภาพลักษณ์ของริคุจากการคิดไปเอง รู้สึกไปเอง เด็กหนุ่มแสนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ยิ้มเยาะทุกอย่างบนโลกราวไม่เห็นสิ่งใดสำคัญ
........ทั้งความเศร้า ความเป็นห่วง ความกังวล ริคุมีทุกอย่างเหมือนที่คนอื่นมี เหมือนอย่างที่ฉันมี
.
.
.
.
.
ช่างคล้าย......
ริคุในยามนี้ปล่อยดวงตาสีมรกตล่องลอยไปไกล.....ความมืดของราตรีกาลกลางดึก ดวงจันทร์นวลผ่องที่ลอยสูงไม่สามารถแทรกความง่วงเข้าไปในร่างกายที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงนั้นได้ ความห่วงหาฝืนเปลือกตาให้ตื่นรับรู้ความเปลี่ยวเหงาที่เงียบงัน เฝ้ารอคอย เฝ้าคิดถึงคนที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ช่างคล้าย......
คล้ายตัวเอง ตอนที่เดินทางตามหาริคุเมื่อก่อน
แม้จะมีโดนัลด์ กูฟฟี่อยู่ข้างกาย พบพานเพื่อนๆระหว่างทางนับไม่ถ้วน แต่ทุกเวลาที่อยู่คนเดียวหรือความเงียบแทรกเข้ามา ความเหงา ความคิดถึง ความห่วงหาวิ่งปราดเข้าทิ่มแทงหัวใจโดยไม่สามารถห้ามปรามหรือทุเลาลงได้เลยสักครั้ง นายอยู่ใต้ฟ้าผืนไหนกัน? จะยังปลอดภัยดีรึเปล่า? เรื่องร้ายๆวนเต็มหัวน้ำตาแทบพาลไหล สายตาทอดมองสิ่งที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่เพราะทนจมอยู่กับความคับแคบที่บีบรัดเหมือนไร้หนทางออกไม่ได้
ช่างคล้าย......
.
.
.
.
.
ช่างคล้าย......
ตัวโซระในตอนนี้เฝ้ามองเพื่อนซึมเศร้าอยู่ตรงหน้าโดยไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งที่อยู่ใกล้แต่เหมือนไกลเมื่อใจสื่อไม่ถึงกัน ริคุ.....ฉันอยู่ใกล้นายเพียงแค่นี้เองนะ คอยเฝ้ามองและคิดถึงนายตลอดเวลาแต่นายก็ยังจมอยู่กับความเหงาเศร้าราวถูกทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวในโลก ริคุ.....หากเพียงฉันบอกออกไปได้ว่าอยู่ที่นี่ หากเพียงฉันวิ่งไปยิ้ม ไปกอดนายได้ทุกอย่างจะดีแค่ไหน?
เห็นนายเจ็บปวดฉันก็เจ็บปวด อยากให้นายรู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้จริงๆ เจ็บปวด เจ็บปวดมากๆ มันทรมาน
ช่างคล้าย......
คล้ายใคร?
ความรู้สึกนี้คล้ายใครนะ? เหมือนเคยเจอที่ไหนสักแห่ง? เหมือนใครสักคน?
คนที่คอยเฝ้ามองอยู่ไม่ไกลแต่เหมือนไร้ตัวตน เร้นกายใต้เงาอันมืดมิดและข่มความห่วงหาอนาทรทั้งหมดไว้ ความคิดถึงล้นหลามที่อีกฝ่ายไม่มีทางรับรู้ ยื่นมือไขว่ขว้าแต่ไม่มีทางได้สัมผัส อยากร้องตะโกนเรียกให้สุดเสียงแต่ทำไม่ได้
ช่างคล้าย.......
ครึ่งเดือนที่ผ่านมาแสนทรมานราวถูกถ่วงให้นอนจมใต้ก้นสมุทรอันลึกสุดหยั่ง เฝ้าภาวนา ภาวนาและภาวนาให้ทุกอย่างจบลง ไม่อยากทนต่อสักนาที สักวินาที
แต่ 1 ปี
1 ปี
ตลอด 1 ปีที่ตนเองหลับใหลไม่รู้สิ่งใด ริคุจมอยู่กับความรู้สึกนี้มาตลอด 1 ปี...
.
.
.
.
.
ขอโทษ......ขอโทษนะริคุ
หากฉันจะฉุกใจรู้สักนิด ฉันคงได้ขอบคุณนายมากกว่านี้ ขอโทษนายมากกว่านี้ ร้องไห้เพื่อนายมากกว่านี้
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษที่ตลอดมาฉันไม่เคยรู้อะไรเลย ขอโทษที่ตลอดมาได้แต่คิดโง่ๆเห็นแก่ตัวว่านายไม่รู้สึกอะไร ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ
โซระกัดริมฝีปากแน่นฝืนเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดรอดออกมา มีเพียงน้ำตาที่ปล่อยให้ไหลรินลงเป็นทางแทนคำขอโทษนับล้านคำที่พร่ำอยู่ในใจ เลือดซึมออกมาจากผิวเนื้อที่ถูกฟันขบ รสฝาดเหมือนที่ลิ้มบนเกาะเมื่อเย็นแต่เลือดตอนนั้นข้นกว่ามากมายนัก
เขาไม่กล้าจินตนาการถึงความรู้สึกตลอด 1 ปีนั้นเลย
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
6. ความรู้สึก (จบ)
![]()
จะบอกว่าริคุทนงี่เง่ามาตลอด 4 ตอนเพื่อช่วงนี้......TT[]TT@ เขียนฟิคมาทั้งเรื่องเพื่อตอนที่ 5 นี้นี่แหล่ะ ตอนหน้าก็จบแล้ว~~~~เฮ้~~~~~ติดตามกันด้วยนะคะ
ปล. มีตอนพิเศษอีก2ตอนล่ะ ฮาๆๆ ชิลๆตอนนึง ซีเรียสตอนนึง ทนอ่านกันต่ออีกหน่อยน้า~~
edit @ 19 Nov 2007 15:45:56 by EGUANAฟ้าประทาน
โซระไปหนายยยย