วันนี้กิ้งก่าได้รับเมลล์จากน้องคนหนึ่ง ที่กำลังลังเลว่าจะเลือกการวาดการ์ตูนที่รักหรือการเรียนดี
กิ้งก่าเห็นว่าน่าสนใจและเคยคิดเรื่องนี้มาหลายตลบแล้ว สบโอกาสก็ขอมาแปะให้อ่านกันเลยละกันน่อ ^^
[น้องถามมา]
พี่ยังจำหนูได้ป่าวค่ะ
หนูเคยเมล์ถึงพี่เมื่อ 2 ปีก่อนได้มั้งค่ะ
คือตอนนี้หนูมีเรื่องอยากจะปรึกษาอีกแล้ว ไม่รู้จะไปถามใคร
เพราะไม่มีคนใกล้ตัวที่บ้าการ์ตูนแล้วก็ชอบวาดรูปอย่างหนู ( ไม่ได้ว่าพี่นะ = =; )
ตอนนี้หนูอยู่ม. 5 ใกล้จะเตรียมเอ็นท์แล้ว
แต่เพราะการที่เป็นคนเพ้อฝันวันๆเอาแต่วาดรูปทำให้ผลการเรียนแบบว่าไม่เอาอ่าว
ส่วนเรื่องวาดรูปก็ยังไม่ถึงไหน ไม่เคยประกวด ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว
หนูรู้ตัวว่าตัวเองชอบวาดรูปแต่เมื่อมันยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
ครอบครัวหนูเลยเห็นว่าจะส่งหนูไปติวเอ็นท์มากกว่าเรียนวาดรูป
เพราะถ้าหนูสอบตรงวาดรูปไม่ติดก็จะหมดอนาคต
+++++หนูอยากรู้ว่าพี่ทำยังไงค่ะถึงได้เรียนไปพร้อมกับทำในสิ่งที่เรารักไปด้วยแบบไม่ส่งผลให้เสียอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ+++++
พี่มีเวลาวาดรูปบ่อยมั้ย?
แล้วถ้าฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนเราควรจะ มุทะลุแบบหัวชนฝาดี
หรือว่าวาดแค่พอคลายเครียด เมื่อมีโอกาสค่อยคว้า ทำยังไงถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่ากันคะ
ไม่ต้องถึงกับมีการ์ตูนเป็นเรื่องของตัวเองก็ได้
แค่ได้วาดการ์ตูนแต่ก็สามารถทำงานใช้ชีวิตแบบปกติได้แบบพี่อ่ะค่ะ
ช่วยตอบหนูหน่อย เอาแบบแนวความคิดของพี่ก็ได้
ขอโทษที่บ่นให้ฟังนะค่ะ แต่ไม่รู้จะปรึกษาใครแล้วจริงๆ
[กิ้งก่าตอบ]
สวัสดีจ้ะ
+++++หนูอยากรู้ว่าพี่ทำยังไงค่ะถึงได้เรียนไปพร้อมกับทำในสิ่งที่เรารักไปด้วยแบบไม่ส่งผลให้เสียอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ+++++
บอกได้เลยว่าพี่เองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเรียนเท่าไหร่
เพราะพี่น่ะ ไม่ตั้งใจเรียนเอาซะเลย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แย่มากๆ =[]=;;
พี่มีผลการเรียนที่ดีมาตลอดจนถึงม.ต้น แล้วแย่ลงเรื่อยๆตั้งแต่ม.5-มหาลัย
ตอนนี้พี่จบปริญญาตรีแล้ว แต่ก็ช้ากว่าเพื่อนไปหนึ่งปี
และเร็วๆนี้พี่ก็มีสอบวัดระดับอีกมากมาย แต่พี่ก็เตรียมตัวน้อยกว่าชาวบ้านหลายโยชน์นัก
พี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยจ้ะ TTwTT
แต่พี่ก็มีอุดมคติอย่างนึงว่าพี่จะไม่ทิ้งการเรียนเด็ดขาด
แม้ตอนนี้จะยังให้ความสำคัญมันเป็นที่ 1 ไม่ได้ (คือขยันไม่พอนั่นเองแหล่ะ)
.
.
.
เรื่องการเลือกระหว่าง วาดรูป หรือเรียนนั้น เป็นการดีที่คนเราจะมีความฝันและพยายามไปให้ถึงมัน
แต่ต้องไม่ลืมว่าขณะที่ตามองฟ้า ขาของเรายังอยู่บนพื้นดินที่เรียกว่าความจริงเสมอ
ความจริงที่ว่าจะอยู่กับเราตลอดไปนั่นคือ ชีวิตของเรานั่นเอง
พี่บอกได้เต็มปากเต็มคำ
ว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูนในไทยไม่มีหลักประกันว่าสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้เลย
ถ้าเราคิดว่า"สักวันเราจะดัง สักวันเราจะหาเงินได้มหาศาลเหมือนนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น"
นักเขียนการ์ตูนก็คืออาชีพหนึ่ง ที่แข่งขันกับความพอใจของตลาด
เราไม่มีหลักประกันว่างานเราจะมีคนนิยมชมชอบมากน้อยขนาดไหน
จากบรรดานักเขียนหลายแสนหลายล้านคนทั่วเกาะญี่ปุ่น คนที่ประสบความสำเร็จให้รู้จักมีไม่ถึง 1%
(ลองถามตัวเองดูนะคะว่ารู้จักนักเขียนการ์ตูนกี่คน)
เราลองมามองในมุมมองของพ่อแม่บ้าง
น้องคือลูกสาว พี่ว่าพ่อแม่ยิ่งเป็นห่วงว่าอนาคตน้องจะดูแลหาเลี้ยงตัวเองได้มีความสุขสบายดีอย่างไร
อาชีพคือสิ่งหนึ่งที่สร้างหลักประกันเพราะมันหาเงินเลี้ยงเรา
พูดตามตรง ถ้าพี่เป็นแม่คน พี่ไม่อยากให้ลูกเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะพี่กลัวลูกลำบาก
พี่ไม่ได้บอกว่านักวาดรูปไม่มีทางประสบความสำเร็จ
แต่บอกว่า การประสบความสำเร็จนั้นใช้ ความเสี่ยง มากขนาดไหน
--- แล้วควรทิ้งการวาดไปเหรอ? ---
ไม่นี่คะ ไม่ต้องทิ้ง
เราเจอสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข นับว่าดีกว่าหลายคนที่อยู่ไปวันๆมากนัก
แต่การวาดไม่จำเป็นต้องเลือก ณ ตอนนี้ ขณะนี้
พี่เชื่อว่าความรักในการวาดของน้องยังติดตัวต่อไปอีกนาน
และน้องวาดได้ตราบเท่าที่ยังมีมือและมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้น เรายังมีเวลาอยู่กับมันอีกมากมาย
คำแนะนำของพี่ ซึ่งพี่ยึดถือมันอยู่ในตอนนี้ คือ
1. จะเรียนในสายวิชาให้จบ และหาอาชีพที่มั่นคง
2. จะวาดรูปต่อไป ต่อไป
ข้อ 1 จะทำให้พี่มีหลักประกันในการดำเนินชีวิต มันจะหาเลี้ยงพี่ได้ ชีวิตพี่จะไม่ลำบาก
และได้รับการยอมรับจากคนอื่น พี่ว่าชีวิตอาจไม่โสภาเท่าไหร่ถ้ามีคนรู้จักรอบข้างแค่นแคะดูถูกเรา
เรื่องฐานะการเงินหรืออาชีพ
พี่จะทำข้อ 1 ให้ดี เพื่อเป็นฐานมั่นคงในข้อ 2
พี่ชอบวาดรูป พี่เลิกมันไม่ได้หรอก
พี่ตั้งสัตย์กับตัวเอง ว่าสิ่งที่พี่ชอบห้ามนำเรื่องเดือดร้อนมาให้พี่เด็ดขาด พี่จะไม่อดอยากเพื่อวาดรูป
(เจ็บป่วยเอาเงินไหนรักษา? จะดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าได้อย่างไร? ครอบครัวเราในอนาคต?)
สิ่งที่เราชอบจะต้องให้ความสุขกับเราเสมอ หากทุกอย่างรอบตัวเราพร้อม(เงิน อาชีพ)
เราก็วาดรูปได้อย่างสบายใจ แม้เวลาอาจจะถูกริดรอนไปสักหน่อย พี่ว่าคุ้ม
เท่ากับ ณ ตอนนั้น พี่มีอาชีพที่มั่นคง และพี่วาดรูปต่อไป
หากสักวันโอกาสเข้ามา งานวาดภาพมีชื่อเสียง ได้เงินเหมาะสม เลี้ยงดูเราได้
เราก็เลิกอาชีพนั้นแล้วหันมาวาดรูปอย่างเดียวก็ได้
เราจะไม่ยอมให้ชีวิตมีช่วงเวลาที่ลำบากเด็ดขาด
สรุปว่า
เรียนไปเถอะค่ะ ^^ เรียนให้จบ
แล้วก็วาดรูปไปควบคู่กัน หากเราจัดการเวลาได้ ทั้งสองอย่างไม่มีปัญหาแน่นอน
อย่างที่น้องว่า วาดเพื่อสนุก คลายเครียด สั่งสมประสบการณ์ มีโอกาสแล้วค่อยคว้า
เมื่อตอนต้นพี่บอกว่าการเรียนพี่ไม่ดีนัก แต่พี่ไม่เคยทิ้งมันนะ
ถึงคะแนนออกมาลุ่มๆดอนๆ พี่ก็จะเรียนให้จบ สอบให้ผ่านให้ได้
เคยมีหลายคนบอกพี่ว่า"ลาออกไปวาดการ์ตูนดีกว่าม้าง" พี่ค้านหัวชนฝาเลย ฮา
ไม่เอาย่ะ ฉันจะเรียน
ที่สำคัญ ถึงพี่จะไม่ขยันกับการเรียนนัก แต่พี่สนุกกับสายที่พี่เรียนนะ
ทุกอย่างมันมีความน่าสนใจในตัวทั้งนั้นแหล่ะ
ขอให้น้องหาสายวิชาที่ตัวเองสนใจและชอบให้ได้นะคะ
กำไรอันดับหนึ่งของชีวิต คือความสนุกในทุกสิ่งที่เราทำแหล่ะค่ะ ^^
ตอบซะยาวเลย อ่าก แต่เรืองพวกนี้พี่คิดมานานแล้วล่ะ
สบโอกาสได้เล่าให้คนอื่นฟังเลย ฮา
หวังว่าคำแนะนำของพี่จะช่วยน้องพิจารณาอะไรและมีประโยชน์ได้บ้างนะคะ
ขอให้โชคดีค่ะ ^^
.
.
.
EGUANA
-
ตอนนี้อยากโฮกเรื่องเทตจัง (Koike Teppei)ลงบลอกมากๆเลย แต่ท่าจะกินเวลายาวใช้ได้ ไว้ก่อนละกัน
-
แนน~~~กิ้งก่าได้รับเมลล์แล้วน้า ขอบคุณมากๆ แต่ยังไม่ได้ตอบเลย กรี๊ด TT[]TT เอาไว้หาเวลาเหมาะๆบิลด์อารมณ์ตอบนะ (มั่นใจว่าจะตอบยาวหลายกิโลแน่ๆ)
-
เรื่องโดKH 10 years ago ตัดสินใจจะทำละ ฮา ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นเมื่อเอนทรี่ที่แล้วนะคะ หลังจากลังเลว่าจะทิ้งหรือสานต่อดี ตอนนี้ก็ตัดสินใจได้ละ ^^ (แต่ออกเมื่อไหร่...งื้อ....ไม่รู้)
.
. -
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน เมนท์ เอนทรี่นี้มากๆเลยค่ะ แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้านะคะ บายๆ~~
-
ปล. คุณหมออิจูอิน บอมบาเย่~~~~~~~~~~~~~!!!! \( TT[]TT )/
(<< ได้ข่าวว่ามันจิ้มแบบไม่ต้องรอคำตอบ = =') เห็นด้วยกับความคิดของพี่กิ้งก่านะคะที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องโยนสิ่งที่เราชอบทิ้ง แต่ในขณะเดียวก็ไม่ควรปล่อยให้มันนำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตด้วย(ถ้าทำแล้วลำบากจะทำทำไมเนอะ... =w=''')
<<น่าน...
ผมก็ไม่เคยวาดรูปส่งประกวดที่ไหนเหมือนกันเลย แต่ตอนนี้ก็ทุ่มชีวิตมากะสายอนิเมชันซะแล้ว ก็นะครับโดนใจ ชีวิตผมก็ชอบเสี่ยงเหลือเกิน 5555+