เรื่อง : Reborn!
คู่ : 8018 (ภาค Ten years later)
(หมายเหตุ : อะไรที่ *** ไว้ = ยังหาคำลงไม่ได้ฮ่ะ(หรือไม่ก็ลืม...)
.
.
.
----------------------------------------------
ฮิบาริ เคียวยะ
...ขาดการติดต่อไปกว่า 4 เดือนแล้ว
เป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมลับพิเศษของแก๊งค์วองโกเล่คืนนี้
.
.
.
ในห้องประชุมเล็กที่ปิดสนิทจากโลกภายนอก การประชุมภายในเฉพาะคนสนิทในแก๊งค์เริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศไม่ดีนัก ผู้พิทักษ์ 3 คน ยามาโมโตะ โกคุเดระ และเรียวเฮยืนประจัญหน้าท่านรุ่นที่ 10 ที่นั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
“ถึงปกติฮิบาริจะติดต่อมาเฉพาะมีข่าวหรือธุระสำคัญ แต่ยังไงครั้งนี้เว้นระยะนานเกินไปแล้ว” สึนะเริ่มเปิดกลางประเด็น
ผู้พิทักษ์แห่งเมฆา ฮิบาริ เคียวยะ....ว่าไปแล้วคงไม่มีใครเหมาะกับภาพลักษณ์ละอองเมฆบนท้องฟ้าไปยิ่งกว่าเขา เมฆที่ล่องลอยตามอำเภอใจไม่สามารถควบคุมหรือคว้ามาจับต้อง นับแต่ร่วมแก๊งค์กันมา ฮิบาริเป็น 1 ในคนที่แทบนับได้ว่าโผล่หน้ามากี่ครั้ง
หน้าที่หลักของฮิบาริ สำหรับวองโกเล่และสำหรับตัวเขาเองคือการสืบหาข่าว”ลับ”และการเคลื่อนไหวลึกๆของแก๊งค์ต่างๆในอิตาลี นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้แทบไม่เจอเขาในญี่ปุ่น ทุกครั้งที่กลับมานั่นคือมีข่าวที่ไม่สามารถบอกกล่าวผ่านทางการสื่อสารอย่างอื่น การเคลื่อนไหวของฮิบาริเป็นความลับสุดยอดในตัวของมันเอง ไม่มีร่องรอย ไม่มีเงื่อนงำ แม้แต่พวกเดียวกันถ้าฮิบาริไม่ติดต่อมาก่อนก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ที่ไหน
เดือน 2เดือน หรือ3เดือน ไม่ใช่ระยะเวลาที่แปลกสำหรับฮิบาริ แต่ยิ่งข่าวคราวเงียบหายไปนานเท่าไหร่ ก็มีสิทธิเป็นไปได้ว่าฮิบาริกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด หรือเลวร้ายยิ่งกว่าคือตกอยู่ในอันตราย
ทุกคนในวงการนี้รู้ดี
ผู้ที่กำความลับสำคัญหลายอย่าง ไม่มีคำว่าปลอดภัย
.
.
“ฉันคิดไม่ออกจริงๆว่าไอ้”ฮิบาริตกอยู่ในอันตราย”หน้าตาเป็นยังไง” เรียวเฮพูด
“แต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไมได้เลยนะ” สึนะตอบด้วยสีหน้าวิตก ตัวเขาเองก็คิดแบบเดียวกับเรียวเฮ แต่ความเป็นห่วงที่กังวลอยู่ในใจลึกๆไม่ยอมสงบ “สถานการณ์ที่อิตาลีตอนนี้ไม่สู้ดี สมาชิกวองโกเล่บางส่วนเริ่มเคลื่อนไหวบ้างแล้ว ทางแก๊งค์คาบัคโรเน่ของคุณดีโน่มีการขยับตัวเหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนจะมีพายุลูกใหญ่เกิดขึ้น”
จะเรียกว่าความสามารถทางสายเลือดแห่งวองโกเล่หรืออะไรก็ตามแต่ การคาดการณ์ของรุ่นที่10ไม่เคยพลาดสักครั้ง ทุกคนในห้องนี้รู้ดี “แต่ฉันไม่ได้ปักใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเกิดเรื่องร้ายกับฮิบาริเขาหรอกนะ แค่อยากเช็คให้แน่ใจเท่านั้น เพราะเขาเป็นเพื่อนพวกเรานี่นา”
แต่การสืบหาข่าวคราวผู้ได้ชื่อว่าละอองเมฆไม่ได้ง่ายดาย แม้แต่ผู้พิทักษ์วงในยังไม่สามารถติดต่อได้แล้วจะหวังอะไรกับลูกน้องชั้นล่างที่ประจำอยู่อิตาลี
“ผมเสนอให้ยามาโมโตะไปครับ ท่านรุ่นที่10” โกคุเดระพูด “ถ้าจะให้ใครสักคนตามหาคนอย่างฮิบาริ ผมว่ามีแต่เจ้านี่”
- สนามบินนานาชาติมิลาน ประเทศอิตาลี –
“อา....เป็นครั้งที่ 2 สินะ”
“ใช่ นับจากครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อนที่นายมาทัวร์แทนเจ้าหนูโกคุเดระไง” ชายในชุดสูทขาวนำสมัย แว่นตาดำกรอบใหญ่ขับผมบลอนด์ประบ่า ร่างสูงสง่าโดดเด่นกลางฝูงชนเดินยิ้มทะเล้นเข้ามาหา “ขึ้นชื่อว่ามาเฟียอิตาลีแท้ๆแต่กลับเคยมาที่นี่แค่ 2 ครั้ง ไม่รู้สึกแปลกมั่งรึไง?”
“ก็นิดหน่อยนะครับคุณดีโน่ คราวนี้จะพาผมไปกินพิซซ่าร้านไหนล่ะ?” ยามาโมโตะหัวเราะ
.
.
ยามาโมโตะ 1ในผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่เดินทางมาอิตาลีเพื่อติดต่อข่าวกับดีโน่ หัวหน้าแก๊งค์คาบัคโรเน่
นั่นคือฉากหน้าให้คนนอกเห็น
ส่วนความจริงเบื้องหลังในการตามหาตัวฮิบาริเป็นความลับสุดยอด การหายตัวไปของผู้พิทักษ์จนต้องส่งผู้พิทักษ์ด้วยกันออกตามหาไม่ใช่ภาพที่ดี และอาจชักศึกให้ศัตรูฉวยโอกาสเข้าโจมตีแก๊งค์ได้
.
.
- ห้องทำงานส่วนตัวของดีโน่ –
ยามาโมโตะและดีโน่อยู่ตามลำพัง 2 คน ชายผมบลอนด์ฟังความจริงทั้งหมดด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ฮิบาริเป็นคนเย็นชาขาดสัมมาคารวะแต่ก็คือลูกศิษย์คนสำคัญ ยิ่งกว่านั้น ดีโน่รู้ดีว่าสถานการณ์ในอิตาลีตอนนี้ตึงเครียดขนาดไหน ว่าไปแล้วก็เหมือนลมสงบก่อนพายุร้าย...
“ฉันเองก็ไม่ได้รับการติดต่อเหมือนกัน” ดีโน่ถอนหายใจ “ถึงจะอยู่ประเทศเดียวกัน เผลอๆเขาโผล่มาให้ฉันเห็นหน้าน้อยครั้งกว่ากลับไปหาพวกนายที่ญี่ปุ่นซะอีก”
“แล้วคุณดิโน่พอรู้บ้างมั้ยว่าฮิบาริมีที่ไหนแวะไปเป็นประจำ”
“ไม่มี ถึงมีฉันก็ไม่รู้หรอก ลอยลมเป็นเมฆอย่างนั้น”
บทสนทนาเงียบไปช่วงอึดใจ การมาพบดีโน่ไม่ทำให้รู้ข้อมูลอะไรมากขึ้นเลย
“ที่นั่นอาจจะใกล้เคียงนะ?”
“ที่นั่น?” ยามาโมโตะทวนย้ำ แสงสว่างของเงื่อนงำ
“แต่....ก็แค่อาจจะ”
.
.
- ห้องพักในแมนชั่นย่านดาวน์ทาวน์ –
“ฉันเตรียมห้องนี้ไว้ให้ฮิบาริตอนรู้ว่าเขาจะมาอิตาลี” ดีโน่เดินนำเข้าไปในห้องชุดขนาดเล็ก มีเพียงห้องน้ำอยู่ส่วนหน้า ข้างในกว้างเพียงวางเตียงนอนก็เกือบคับที่ เฟอร์นิเจอร์เล็กน้อยเหมือนโรงแรมค้างรายคืน “คิดว่าไม่เป็นจุดเด่นและอยู่กลางใจเมืองดี แต่คงจอแจเกินไปสำหรับคนอย่างฮิบาริล่ะมั้ง”
ยามาโมโตะเดินตามเข้าไป แค่5ก้าวก็สุดกำแพงอีกฟาก นอกหน้าต่างคือถนนเลียบแม่น้ำ จอแจอลหม่านไปด้วยฝูงชนเดินจับจ่ายตลาดแผงลอยที่เรียงรายไปสุดปลายสะพานลิบๆ
“ฮิบาริมาที่นี่บ่อยแค่ไหนครับ?”
“เท่าที่ฉันรู้ก็....2 ครั้งมั้ง”
.
.
ยามาโมโตะนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวปลายเตียง เอี้ยวตัวมองออกไปข้างนอก บานหน้าต่างแง้มเล็กน้อยปล่อยควันบุหรี่ล่องลอยออกไป ละอองควันสีเทาจางๆตัดความมืดสนิทของท้องฟ้าและหายไปเมื่อลมวูบผ่าน
...ฮิบาริ…
ดีโน่เสนอให้ยามาโมโตะพักอยู่ที่นี่ เพื่อว่าฮิบาริอาจกลับมา.....ในห้องที่แวะเพียง 2 ครั้งในรอบ 5 ปี
ยามาโมโตะไม่คิดโทษหรือผิดหวังกับข้อมูลที่ได้จากดีโน่ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว ขนาดสมาชิกร่วมแก๊งค์วองโกเล่ยังไม่รู้แล้วนับประสาอะไรกับคนนอกแก๊งค์
ในห้องเงียบมีเพียงแสงสลัวจากไฟข้างทาง สิ่งเดียวที่ยามาโมโตะคิดโทษคือตัวเองที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าคนสำคัญของเขาตอนนี้เป็นยังไง...
“อ้าว จะกลับญี่ปุ่นแล้วเหรอ?”
“ครับ ทิ้งที่นู่นมาตั้งอาทิตย์ ถ้าอยู่นานกว่านี้โบนัสท้ายปีไม่เหลือแน่ๆ” ยามาโมโตะหัวเราะ
“แล้ว...ของฝากที่จะซื้อล่ะ? หาเจอแล้วรึไง” ดีโน่ถาม ของฝากที่ว่าคืออะไรมีเพียงเขาและคู่สนทนาที่รู้กัน
“เจอแล้วล่ะครับ” ผู้ตอบยิ้มบางๆพร้อมรอยย่นที่คิ้วเล็กน้อยตามสไตล์
.
.
ดีโน่อยากมาสนามบินด้วยตัวเองแต่ไม่สะดวกจึงสั่งลูกน้องขับรถมาส่งแทน ยามาโมโตะโน้มศรีษะเล็กน้อยขอบคุณสารถีในชุดสูทเแล้วรถก็แล่นหายไป หน้าอาคารผู้โดยสารคลาคล่ำด้วยฝูงชน สิ่งของในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตด้านในยุกยิกไปมา
“อีกนิดเดียวน่าฮิเบิร์ด อดทนหน่อย”
.
.
ตามหาคนในอิตาลีโดยไม่มีเงื่อนงำแม้แต่น้อย เปรียบไปก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
ยามาโมโตะจึงพกฮิเบิร์ดติดตัวมาด้วย แม้ขอบข่ายที่ฮิเบิร์ดทำได้ไม่กว้างไปกว่าเมืองๆหนึ่งและไม่แน่ใจสักนิดว่าฮิบาริจะอยู่ในเมืองนี้ก็ตาม ยังดีกว่ามามือเปล่าและกลับไปมือเปล่า
โชคดีที่ได้ผล
คืนวันที่ 6 ในห้องแคบสีทึม นกน้อยตัวกลมสีเหลืองบินกลับมา จงอยปากเคาะกระจกขุ่นขมุกขมัวให้คนข้างในช่วยแง้มบานหน้าต่างรับมันเข้าไป
ยามาโมโตะถูรอบๆตัวฮิเบิร์ดเพิ่มความอบอุ่นให้ขนปีกที่เย็นชื้นจากการบินฝ่าน้ำค้าง ก้านขาเล็กๆเหมือนไม้จิ้มฟันมีกระดาษผูกติดไว้ เป็นกระดาษที่เล็กแค่หนึ่งในสี่ของแสตมป์
กระดาษสีดำ
ไม่มีอักษรอะไรปรากฏ แต่สมาชิกภายในตกลงเป็นที่รู้กันว่าหมายถึงสถานการณ์ที่ไม่สามารถออกมาแสดงตัวได้ ไม่ว่าเพื่อความปลอดภัยของแก๊งค์หรือตัวผู้ส่งสารเอง
ยามาโมโตะกำเศษกระดาษเล็กๆนั้นไว้ในฝ่ามือ
ดีจริงๆที่ยังปลอดภัย
.
.
- จุดตรวจสัมภาระที่ 24 –
เป็นที่รู้กันภายใน ว่าเป็นจุดตรวจที่สามารถรับของจากมาเฟียเพื่อนำขึ้นเครื่อง ยามาโมโตะส่งกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดย่อมและกระบอกยาวใส่แปลนกระดาษเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เจ้าหน้าที่ดูจอมอนิเตอร์หลังม่านสีดำหันมาสบตาแล้วคืนสัมภาระทุกอย่างให้ ยามาโมโตะขำในใจนึกอยากเห็นดาบชิงุเระในจอเอ็กซ์เรย์บ้างเหมือนกัน
“เป็นมาเฟียก็ดีเนอะ พกแกขึ้นเครื่องมาด้วยก็ได้ ฮะๆ” ยามาโมโตะล้วงนิ้วไปเขี่ยหัวฮิเบิร์ดที่ซุกไว้ใต้สูท
.
.
“ขณะนี้.....เที่ยวบิน **** ไฟลท์ จากมิลาน อิตาลีสู่นาริตะ โตเกียวจะออกภายใน 15 นาที ผู้โดยสารทุกท่านกรุณาไปรอที่Gate 15 ชั้น 2 ขอบคุณค่ะ “
เสียงโอเปเรเตอร์สาวประกาศเป็นภาษาอิตาลีก่อนทวนอีกครั้งด้วยภาษาอังกฤษ ยามาโมโตะขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ยก่อนเดินออกจากห้องพักสูบบุหรี่ ช่วงนี้สูบค่อนข้างจัดอย่างที่เจ้าโกคุเดระบอกจริงๆด้วย ยามาโมโตะคิด
ฝูงคนทยอยมารวมกันที่ปลายบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นชั้นสอง ชายญี่ปุ่นในชุดสูทเดินสบายๆไม่รีบร้อนแม้ได้ขึ้นเป็นคนสุดท้าย เมื่อก้าวเท้าถึงก็ปล่อยให้ตัวเองเคลื่อนขึ้นไปตามความเร็วของมัน
.
.
อาจจะ........เป็นความบังเอิญ
หรือความรู้สึกอะไรสักอย่าง
ยามาโมโตะกวาดตามองฝูงชนบริเวณโถงกลางเบื้องล่าง พื้นที่ว่างกว้างพอๆกับสนามฟุตบอล ผู้คนนับร้อยๆมีทั้งหยุดยืนมีทั้งเดินสวนไปมาอลหม่าน ในบรรดาผู้คนมากหน้าหลายตานั้น สายตาหยุดลง ณ จุดเดียวที่....
รูปหน้าขาวเรียวงามในทรงผมสีดำสนิท เรียวตาเฉียบคมจ้องตรงมา เจ้าของชื่อที่ยามาโมโตะจะลืมเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิต
ฮิบาริ?
เสี้ยวนาทีจากปลายสุดบันไดเลื่อนชั้นนึงไปยังอีกชั้นนึง เมื่อเท้าสัมผัสพื้นนิ่ง ยามาโมโตะวิ่งไปยังบันไดเลื่อนลงที่อยู่อีกด้านโดยไม่คลาดสายตาจากคนข้างล่างแต่...
“คุณครับ เที่ยวบิน***ใช่มั้ย? อีก 3 นาทีเครื่องจะออกแล้วนะครับ”
พนักงานในชุดฟอร์มประจำสนามบินรั้งแขนเขาไว้ เพียงเสี้ยววินาทีที่คลาดสายตาออกมา ฮิบาริไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
“Mister? Please”
“....OK..”
.
.
เสียงเครื่องยนต์ใต้ปีกร้องคำราม ดึงนกเหล็กขนาดยักษ์บินทะยานสู้ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม
ยามาโมโตะมองออกไปนอกหน้าต่าง อีกฟากของกระจกคือทะเลเมฆสีเงินยวงสะท้อนแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่ปลายฟ้า
ที่ฉันเห็นคือนายจริงๆเหรอ?
ยามาโมโตะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่เคยฝันถึงคนสำคัญที่อยู่ไกล นี่จะเป็นภาพในจินตนาการอีกเหรอ? ......แต่มันอ่อนหวานเกินกว่าจะเชื่อว่าเรื่องจริง ฮิบาริที่เคร่งครัดคนนั้นมาส่งที่สนามบิน? เป็นไปได้ว่าฮิบาริจำกลิ่นบุหรี่ฉันที่ติดไปกับตัวของฮิเบิร์ด
ฮิเบิร์ดในกระเป๋าอกเสื้อหลับไปแล้ว ยามาโมโตะค่อยๆหยิบของออกมาโดยไม่กวนให้เจ้าตัวเล็กขนปุยตื่น
กระดาษสีดำขนาดหนึ่งในสี่ของแสตมป์
สัญลักษณ์ รหัส
ความไม่ปลอดภัย ความไม่สะดวก ไม่สามารถปรากฏตัวได้ อันตราย ความเสี่ยง
แต่นายก็มา...
ผินหน้าออกไป ณ ความสูงเหนือเมฆ ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิทแล้ว คืนนี้ไร้แสงจันทร์แต่มีประกายดาวระยิบระยับ ผืนเมฆสะท้อนแสงนั้นเป็นสีเงินจางๆช่างสวยงาม
ขอบคุณนะฮิบาริ
.
.
.
END
------------------------------------------------
ฟอนท์เล็กเกินไปขออภัย พยายามปรับแล้วแต่ไปไม่รอดอ่ะฮ่ะ อ่ะฮือ TTwTT
edit @ 13 Jul 2008 21:48:39 by EGUANAฟ้าประทาน
-อรั๊ง- )