EGUANAฟ้าประทาน View my profile

Farewell My Concubine

posted on 15 Jan 2014 06:26 by eguana
วันนี้ได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง Farewell My Concubine ค่ะ ขอเขียนถึงสักหน่อย
 
กิ้งก่าได้ดูเวอร์ชั่นเสียงในฟิลม์ซับอังกฤษทั้งที่ไม่แตกฉานภาษาอังกฤษ ภาพก็รายละเอียดต่ำระดับแผ่นvcdเก่าเก็บขาดความคมชัด เป็นองค์ประกอบที่ไม่ชวนงดงามในการรับสารจากหนังเพื่อมาเขียนรีวิวหนังจริง ๆ /ฮา เอาล่ะ ตามประสาตัวเอง หลังจากดูหนังจบก็ไปขุดหาบทความหรือบทวิจารณ์ต่าง ๆ ภาษาไทยในgoogleอ่าน บางแหล่งที่เน้นทำการบ้านประวัติศาสตร์ก็จะแจกแจงการเมืองและสังคมจีนในแต่ละช่วงของหนังอย่างกระจ่าง ส่วนกิ้งก่าก็ตามสไตล์ตัวเอง ขอเน้นพูดถึงตัวละครเรื่องลักษณะนิสัยและบุคลิกที่ถักทอไปถึงชะตากรรมของตัวบุคคล
 
 
ตัวเอกของเรื่อง นำแสดงโดยเลสลี่ จาง ดาราชายในบทชายแต่งงิ้วหญิง
 
ตัวเด่นของหนังคือ รับบทโดนเลสลี่ จางที่สวยมากจนต้องหยุดภาพนิ่งเพื่อชมและทอดถอนใจกับความงามเขา โดยเฉพาะฉากตอนเขาแต่งหน้าเป็นงิ้วหญิง บทวิจารณ์หนังส่วนใหญ่ก็พูดถึงตัวละครนี้เป็นหลัก ในที่นี้กิ้งก่าขอพูดถึงตามแง่มุมมองของตัวเองค่ะ
 
 
 
ความงามของศิลปะการแต่งหน้างิ้ว ที่กิ้งก่าประทับใจเพราะเขาเป็นชายด้วยล่ะมั้ง ? 
 
หลายแหล่ง(ซึ่งอาจรวมถึงความเห็นจากผู้สร้างหนังเรื่องนี้)กล่าวว่าตัวเอกมีความสับสนทางเพศตลอดเรื่อง เป็นนักแสดงงิ้วที่ไม่อาจแยกการแสดงออกจากโลกความจริง มุมนี้กิ้งก่ามีความคิดต่าง  กิ้งก่าคิดว่าตัวเอกคือตัวละครที่มองเห็นโลกความจริงอย่างถ่องแท้และก้าวข้ามโลกนั้นไปอีกขั้นหนึ่งด้วยความตั้งใจและพอใจของตัวเอง เหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้จักความจริงของโลกและสร้างตัวตนเขาขึ้นมามี 3 ครั้ง คือ
 
เหตุการณ์ครั้งที่ 1 ตัวเอกตอนเด็กถูกแม่ที่เป็นโสเภณีพามาส่ง(หรือเรียกว่าทิ้ง ?)ที่โรงงิ้ว เพื่อให้ตัวเอกต้องอยู่โรงงิ้วให้ได้เธอเสนอตัวออเซาะครูงิ้วตามประสาโสเภณีไปถึงกระทั่งเอาอีโต้ตัดนิ้วที่ 11 ที่เกินมาของตัวเอกลูกตัวเองสด ๆ (เพราะครูงิ้วไม่รับเด็กที่พิการนิ้วเกินออกมา)
 
สิ่งที่กิ้งก่าทำความเข้าใจกับความรู้สึกของสองตัวละคร

1. ตัวเอก ณ อายุขนาดนั้นเขายังเป็นเด็กที่ไม่เคยพ้นจากอกแม่ เป็นวัยที่ไม่มีความสงสัยในตัวแม่และพึ่งพาแม่เหมือนลูกนกพึ่งพาแม่นกอย่างเต็มที่ แล้ววันนึงแม่คนนั้นตัดนิ้วเขาสด ๆ พาเขาไปส่ง(หรือทิ้ง ?)ที่โรงงิ้ว หายจากไปเหมือนสายลมแล้วไม่เคยกลับมาพบกันอีกเลย (?) ฉากที่ดีคือเมื่อถูกตัดนิ้ว ตัวเอกวัยเด็กยืนนิ่งมองแผลตัวเองอยู่พักใหญ่ ๆ อึดใจต่อมา เขาวิ่งหนีแม่เหมือนแม่เป็นคนร้าย หนีเหมือนเป็นสัตว์เล็กบาดเจ็บเสียขวัญ แม้หลังจากนั้นแม่แสดงความอ่อนโยนครั้งสุดท้ายด้วยการมอบผ้าคลุมห่มบ่าให้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะสื่อให้เขารู้สึกถึงความหมายที่ดีอะไร ฉากที่เขาเข้าโรงนอนด้วยอาการสงบนิ่งแล้วเผาผ้าคลุมที่เป็นของดูต่างหน้าและความอ่อนโยนทางรูปธรรมของแม่เพียงชิ้นเดียวต่อหน้าเด็ก ๆ ด้วยกัน หนังทำให้กิ้งก่ารู้สึกว่าเขาตั้งจิตใจตัวเอง ณ ตอนนั้นว่าต่อจากนี้นี่คือโลกที่เขาไม่มีแม่อีกต่อไป 
 
2. แม่ของตัวเอก หากคิดว่าเธอคือโสเภณีและบางทีอาจเลี้ยงดูตัวเอกมาโดยไม่มีพ่อของเด็ก เธออาจมีความจำเป็นหรือความลำบากในการเลี้ยงดูลูกตามบริบทโสเภณียุคนั้น อาจคิดว่าการให้ตัวเอกไปอาศัยอยู่ในโรงงิ้วดีต่อชะตากรรมในอนาคตของเด็กเองมากกว่าอยู่ต่อไปกับอกเธอ หากมองมุมนี้ก็แสดงถึงความโหดร้ายที่หวังดีของใจหญิงผู้เป็นแม่ได้เหมือนกัน แม้ว่าจะส่งผ่านหรือไม่ส่งผ่านไปถึงหัวใจลูกเธอได้เลยก็ตาม
 
ด้วยความโชคดี (หรือจะเรียกว่ามีเวรกรรมต่อกันมาก็ไม่ทราบได้) ตัวเอกวัยเด็กที่ควรอยู่โดยปิดใจและถือว่าตัวเองคือตัวคนเดียว ก็ได้พบกับ"พระเอก"วัยเด็กที่โผงผาง ชัดเจน ซื่อตรง อ่อนโยนเอาใจใส่และกล้าเจ็บตัวแทนคนอื่น การกระทำที่พระเอกวัยเด็กยอมสละตนถูกลงโทษหนักแทนตัวเอกอย่างเต็มใจและจริงใจเพื่อช่วยเหลือตัวเอก ทำให้ใจตัวเอกที่ควรจะปิดสนิทกลับเปิดรับพระเอกเข้ามาชิดใกล้ เป็นจุดเริ่มความผูกพันและชะตากรรมของทั้งสอง
 
 
 
ตัวเอกและพระเอกในวัยผู้ใหญ่ (ช่วงรุ่งเรือง)
 
 
เหตุการณ์ครั้งที่ 2 หลังจากตัวเอกมาอยู่โรงงิ้ว เด็กทุกคนในนั้นก็ใช้ช่วงเวลาในโรงงิ้วไปกับการฝึกงิ้วอย่างเข้มข้นหฤโหด ที่โหดจนเราในฐานะคนดูสงสัยว่าเพื่อเป็นงิ้วที่ดีพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติที่โหดร้ายรุนแรงขนาดนั้นเลยจริงรึเปล่า ? ครั้งหนึ่งตัวเอกวัยรุ่นกับเพื่อนอีกคน(ที่ไม่ใช่พระเอก)สบโอกาสหนีออกจากโรงงิ้ว ได้ไปเห็นโลกภายนอกและความรุ่งโรจน์ของดารางิ้วชื่อดังท่ามกลางกลุ่มแฟนงิ้วนับร้อยนับพัน ตัวเอกเกิดความประทับใจหรือพบสิ่งที่จะมีชีวิตอยู่สู้ต่อไปเพื่อให้ได้มาเป็นครั้งแรก ทั้งสองวกกลับมาโรงงิ้ว ตัวเอกยอมรับการลงโทษหฤโหดจากครูงิ้วเพื่อแลกกับเข้ารับการฝึกงิ้วต่ออย่างเด็ดเดี่ยว (ตรงนี้กิ้งก่าก็สงสัยว่าครูงิ้วแกลงโทษเด็กโหดขนาดนี้มาจากความเก็บกดอะไรนักหนา) ส่วนเด็กที่หนีไปด้วยกันกลับไม่กล้าเผชิญความโหดร้ายของครูงิ้วและไม่เห็นวี่แววจะไปถึงความรุ่งโรจน์ในวงการงิ้วของตัวเองจึงตัดสินใจผูกคอตายหนีไป ถึงตรงนี้ เท่ากับตัวเอกสามารถทนรับความโหดร้ายบนโลกความจริงที่เป็นคนอื่นอาจก้าวข้ามไม่ได้มาได้ 2 ครั้ง
 
เหตุการณ์ครั้งที่ 3 ครั้งสำคัญที่ผลิกผันตัวเอกและสร้างตัวตนเขาที่เหลือไปจนจบชีวิต ในบทวิจารณ์หลายแหล่งให้ความเห็นว่าการฝึกงิ้วเข้มงวดสุดโต่งที่พยายามฝังความเป็นเพศหญิงลงไปในหัวเขาทำให้เขาสับสนความเป็นเพศสภาพของตัวเอง ตรงนี้กิ้งก่าไม่เห็นด้วย ในหนังแสดงให้เห็นความไม่สับสนเรื่องนี้ของตัวเอกหลายครั้งจากการไม่ลื่นไหลในการท่องบทงิ้วเรื่องตนเป็นหญิงไม่ใช่ชาย แสดงว่าตัวเอกไม่เคยสับสนในความเป็นเพศชายของตัวเองเลย กลับรู้สึกติดขัดที่ต้องรับว่าเป็นหญิงด้วยซ้ำ แต่เพื่อครูงิ้วที่คาดหวังให้เขาเป็นงิ้วหญิงที่สมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จให้ได้ เพื่อให้ผู้อุปถัมภ์โรงงิ้วพอใจ เพื่อเพื่อนร่วมโรงงิ้วที่หวังอยากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยอาศัยงิ้วหญิงของตัวเอก แม้กระทั่งพระเอกที่คอยปกป้องกันมาก็กลัวครูงิ้วไม่พอใจว่าตัวเองกวดขันตัวเอกฝึกงิ้วหญิงไม่ดีจึงใช้กล้องเหล็กสูบยาคว้านปากตัวเอกอย่างแรง ทำให้ตัวเอกรู้สึกตัว ณ เดี๋ยวนั้นเองว่าคนรอบตัวไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างอื่นหรือคาดหวังอะไรอื่นจากเขาเลยนอกจากการเป็นงิ้วหญิงที่สมบูรณ์แบบ และพระเอกไม่ใช่คนดีที่เก่งพอจะสละตนมาปกป้องเขาได้ทุกอย่าง 
 
 
 
เพื่อเอาตัวรอดจากการถูกคาดโทษจากครูงิ้ว พระเอกใช้กล้องเหล็กสูบยาคว้านปากตัวเอกจนเลือดกลบ
 
ซึ่งด้วยฝีมือโดดเด่นอ่อนช้อยและความมีรูปโฉมงดงามเหมาะกับการแต่งงิ้วหญิงเหนือใครของตัวเอก ทำให้เขาก้าวเข้าเส้นทางสายงิ้วหญิงได้อย่างรุ่งโรจน์ ได้รับความนิยมจากกลุ่มแฟนงิ้ว ได้รับความหลงใหลจากบัณฑิตผู้คลั่งไคล้งิ้ว จากกงกงตกยุคที่วิกลจริตผู้หลงรูปโฉมนักแสดงงิ้ว แม้แต่นายพลทหารญี่ปุ่นที่ยกทัพรุกรานเข้ามาในจีนช่วงนั้นก็ยังหลงใหลและประทับใจไปกับงิ้วหญิงของตัวเอก เท่ากับเป้าหมายในวัยเด็กหรือเส้นทางสายการเป็นนักแสดงงิ้วนั้น ตัวเอกสามารถประสมความสำเร็จและมาถึงจุดสูงสุดได้ในวัยเพียง 20 ปีเศษ
 
 
 
ความรุ่งโรจน์ดั่งฟ้าประทาน
 

ตัวละครสำคัญ
 
  • ตัวเอก  มีเพียงงิ้วที่ไม่เคยทรยศความรู้สึกและไม่จากเขาไปไหน
    - จากการดูหนังมา กื้งก่าคิดว่าชีวิตตัวเอกมีอยู่ 2 อย่าง คือ การเป็นงิ้วหญิงและใครสักคนที่เป็นคนพิเศษและสำคัญต่อเขาจริง ๆ ซึ่งในที่นี้ก็คือพระเอก งิ้วหญิงคือสิ่งที่ทำให้ตัวเอกมีที่อยู่และติดต่อกับโลกภายนอก พระเอกคือโลกภายในที่อบอุ่น เขาอยากให้ตัวเองมีทั้งสองอย่างนี้กับตัวตลอดไป แต่พระเอกคือมนุษย์ปถุชนธรรมดา มีชีวิตเป็นของตัวเอง วันนึงก็จากไปมีหญิงคนรัก มีครอบครัว ไม่ได้ยึดติดว่าชีวิตจะต้องมีแต่งิ้วอย่างเดียวแบบตัวเอก และเพื่อเอาตัวรอดในเวลาที่อันตรายคับขัน พระเอกก็หักหลังและทรยศความรู้สึกของตัวเอกด้วยการตะโกนต่อหน้ากลุ่มคณะคอมมิวนิสต์ว่าตัวเอกไปร้องเพลงงิ้วต่อหน้าทหารญี่ปุ่นเพราะเป็นพวกขายชาติ (ทั้งที่ตัวเอกทำไปเพื่อช่วยเหลือพระเอก) สำหรับตัวเอกแล้ว จึงมีแต่งิ้วเพียงอย่างเดียวที่ไม่เคยทรยศความรู้สึกของเขาและไม่เคยจากเขาไปไหน
    .
  • พระเอก คนดีที่ไม่ความสามารถไม่พอ
    - ถ้าเทียบกับตัวเอกที่มีความเป็นตัวเองและโลกส่วนตัวสูง พระเอกคือคนธรรมดา ถ้างิ้วคือโลกทั้งใบของตัวเอก สำหรับพระเอกงิ้วก็แค่การแสดงหรืออาชีพหนึ่งที่จะปล่อยมือหรือหยิบขึ้นมาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ เขาเป็นคนดีที่โผงผาง ตรงไปตรงมา ทำเพื่อใครทำด้วยใจ ยอมเจ็บตัวและเสียสละตนได้มากกว่าคนอื่น แต่ด้วยความเป็นคนไม่ฉลาดเฉลียว ทำให้เขาไม่สามารถปกป้องคนอื่นได้ทุกเรื่อง ไม่สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการจากเขาได้ทุกอย่าง และที่สำคัญ ในเวลาคับขันที่สุดเขาก็เลือกเอาตัวรอดทันทีโดยไม่ทันนึกถึงว่าจะทำให้ใครคนอื่นเจ็บปวด เขาทำดีเท่าที่ตัวเองทำได้อย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อทางเลือกที่เขาเผชิญมีความละเอียดซับซ้อนหรือใหญ่โตเกินความสามารถเขาไป ทำให้สุดท้ายเขาก็ไม่เคยรักษาความรู้สึกของใครได้และไม่เคยเข้าใจถึงความรู้สึกจริง ๆ ของใครเลย 
    .
  • ภรรยาพระเอก โสเภณีที่ต้องการเพียงคนรักและครอบครัวสงบสุข
    - หญิงฉลาดที่มีความคิดจิตใจเด็ดเดี่ยว หญิงที่มีสายตาเฉียบคม สามารถมองเห็นตัวตนส่วนดีของพระเอกที่หนักแน่นอ่อนโยนแตกต่างจากชายอื่นทั่วไป เธอยอมสละเงินทองและความรุ่งโรจน์ในอาชีพโสเภณีมาเป็นหญิงธรรมดาตัวเปล่าที่จะะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสามีและสร้างครอบครัวที่ดี เป็นหญิงที่จับเค้าลางได้ว่าชีวิตตัวเองและสามีจะไม่ปกติสุขเพราะตัวเอกและงิ้วของตัวเอก และก็เป็นไปตามอย่างที่เธอคิด หากไม่มีตัวเอกกลับมาชักชวนพระเอกกลับไปเล่นงิ้ว เธอกับสามีก็คงเป็นสามีภรรยาชาวบ้านที่แม้ลำบากยากจนแต่ก็สงบและมีความสุข ไม่ต้องตกเป็นเป้าหรือต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของยุคเปลี่ยนผ่านสังคม และไม่ต้องพบกับตัวตนที่ผิดพลาดในอีกด้าน(หรือความอยากเอาตัวรอด)ของพระเอกที่โหดร้ายกับความรู้สึกเธอจนทำให้เธอต้องเลือกฆ่าตัวตาย

 

ภรรยาพระเอกที่สวย และสง่างามด้วยความฉลาดและเด็ดเดี่ยว (นำแสดงโดย กงลี่)

ช่วงเวลาที่พบตัวตนที่ผิดพลาดในอีกด้านของพระเอกจนต้องนำตัวเองไปสู่การตายเพราะความผิดหวัง

 
ตอนดูจะไม่ค่อยคิดอะไร แต่พอมาไตร่ตรองเพื่อเขียนบทความแล้วพบว่าเนื้อเรื่องมีจุดสังเกตมากมาย ตัวละครพัวพันกัน การกระทำส่งผลต่อชะตาชีวิตตัวเองและชะตาชีวิตกันและกัน เหมือนเส้นทางและจุดจบของแต่ละคนขีดเส้นไว้ตั้งแต่วันที่พวกเขาได้โคจรมาพบกันแล้ว หากไม่มีภรรยาพระเอก ตัวเอกกับพระเอกก็อาจคงยังอยู่คู่กัน ต่อสู้ฝ่าฝันจุดสูงสุดและต่ำสุดในวงการแห่งงิ้วไปด้วยกัน กลับกัน หากไม่มีตัวเอก พระเอกและภรรยาก็คงเป็นชาวบ้านธรรมดาทีไม่มีชื่อเสียงเงินทองแต่ก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่สงบสุขและปลอดภัย พระเอกเหมือนคนกลางที่ถูกกำลังขนาดใหญ่สองกำลังคอยแข่งกันแย่งดึงซ้ายดึงขวา ข้างนึงคือตัวเอก ข้างนึงคือภรรยาตัวเอง พระเอกต้องตกอยู่ในวังวน"ต้องเลือก"หลายครั้ง การเลือกระดับหนักหนาที่ไม่พบทั่วไปในชีวิตคนธรรมดา แต่ละครั้งที่เลือกก็ส่งผลกระทบต่อใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแตกต่างกัน สำหรับพระเอกที่ใช้ใจตัดสินมากกว่าความเข้าใจ นับว่าเขาเป็นตัวละครที่รับบทบาทสำคัญในการกำหนดความเป็นไปของชีวิตตัวละครหลักทั้งสองคนโดยตัวเองไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
 
ตัวเอกและภรรยาพระเอก
 
สองคนนี้ตกอยู่ในสภาพศัตรูต่อกันเพราะเหตุแย่งชิงตัวพระเอกมาตลอด ตัวเอกที่ไม่อยากสูญเสียพี่เลี้ยงหรือคนข้างตัวคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองไป กับภรรยาพระเอกที่ไม่อยากสูญเสียคนรักหรือสามีคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองไปเหมือนกัน ในหนังเราจะได้พบคู่นี้ประชันเสียดสีกันหลายครั้ง ทั้งต่อหน้ากันและลับหลัง  เป็นความสัมพันธ์ที่ถ้าอีกฝ่ายหายไปอีกฝ่ายจะมีความสุข แต่สำหรับอีกด้านนึงแล้ว กิ้งก่ารู้สึกว่าภรรยาพระเอกคือคนที่ละเอียดอ่อนและอ่อนโยนพอจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอกในยามเจ็บปวดได้มากที่สุด ในขณะพระเอกที่ตัวเอกเฝ้าต้องการนักกลับไม่เคยละเอียดอ่อนพอจะเข้าใจความรู้สึกในยามเจ็บปวดของเขาได้เลย
 
 
 
ตัวละครที่เต็มไปด้วยความในใจและความหัวแข็ง
 
ตัวเอกแต่งงิ้วหญิงได้อ่อนหวานงดงาม แต่ส่วนตัวกิ้งก่าชอบตอนเขาแต่งแบบก้ำกึ่งมาก คือแต่งงิ้วเพียงหน้า แต่ทรงผมและเสื้อผ้ายังเป็นชายปกติ(โดยเฉพาะตอนมีผ้าคลุมดำและผูกโบว์ตรงคอ) อันนี้รสนิยมส่วนตัวกิ้งก่าเองเห็นแล้วนึกถึงเจสัน+ทิมของเรื่องแบทแมน(ฮาา)
 
ถ้าพูดถึงว่าตัวเอกและภรรยาพระเอกมีอะไรดี ? และแตกต่างกันยังไง ? สำหรับภรรยาพระเอกแล้วกิ้งก่าว่าเธอมีความกล้าหาญและพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องพระเอกซึ่งเป็นสามีเสมอโดยไม่กลัวเกรง มีสมองฉลาดเฉลียวคอยหาทางแก้ไขปัญหาอันตรายที่พระเอกเข้าไปพัวพัน เรียกว่าเป็นภรรยาที่ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่จะจินตนาการในตัวหญิงคนหนึ่งได้ (ตอนตัวเองท้องแก่เคยพุ่งเข้าไปช่วยสามีโดนทหารญี่ปุ่นรุมทำร้ายจนแท้งลูก) เธอไม่เคยใส่ใจเรื่องฐานะหรือฐานันดร เธอยินดีอยู่อย่างลำบากยากจนตราบเท่าที่ครอบครัวเธอปลอดภัยและสงบสุข แต่นั่นก็กลายเป็นข้อเสียสำหรับพระเอกอย่างหนึ่ง ในขณะที่ตัวเอกผู้เก่งกาจทางการงิ้ว เขาเป็นคนขี้ขลาด เมื่อพระเอกถูกรุมทำร้าย เขาไม่เคยวิ่งออกไปช่วยเหลือ เอาแต่หลบอยู่หลังเสาหรือกำแพงเสมอ แต่เมื่อพระเอกยอมกลับไปสู่วงการงิ้วกับเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ตัวเอกก็สามารถสร้างเงินทองชื่อเสียง ขีวิตที่หรูหราและความรุ่งเรืองให้กับพระเอกได้ แม้ผลพวงที่ตามมาคือการพัวพันกับอันตรายหลากหลายรูปแบบจากช่วงเปลี่ยนผ่านสังคมและวัฒนธรรมจีนซึ่งมีอคติกับวัฒนธรรมงิ้วอย่างรุนแรง
 
 
 
ตัวเอกและพระเอกในชุดการแสดงขึ้นชื่อของตน Farewell My Concubine (ลาก่อนนางสนมของข้า)
เกี่ยวกับนางสนมผู้ภักดีที่ยอมใช้กระบี่ของกษัตริย์ปาดคอตัวเองตายเพื่อจะได้ไม่ต้องแยกจากกัน
 
 
ฉากประทับใจเป็นการส่วนตัว
  • ฉากที่ตัวเอกตกเป็นจำเลยในศาลการเมืองข้อหากบฏ เพราะช่วงเวลาที่กองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ตัวเอกตกลงรับคำเชิญไปแสดงงิ้วให้บรรดานายทหารญี่ปุ่นดู จนถูกตราหน้าและสงสัยว่าเป็นกบฎขายชาติ (ทั้งที่ตัวเอกไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองหรือสงครามใด ๆ เลยนอกจากความสุขที่ตนเองได้แสดงงิ้ว และการแสดงนั้นก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับนายทหารญี่ปุ่นว่าจะยอมปล่อยตัวพระเอกที่โดนจับคุมขัง) เมื่อตัวเอกตกเป็นจำเลยในศาล ตัวเอกผู้ดื้อรั้นหัวแข็งไม่ยอมสนใจอย่างอื่นนอกจากความนึกคิดและความรู้สึกที่มีต่องิ้วของตัวเอง ไม่ให้ความร่วมมือกับแผนการช่วยเหลือจนทุกคนแม้แต่คนที่เคยชื่นชมและรักใคร่ตัวเขาตัดหางเขาปล่อยวัด แต่ปรากฎว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเอกรอดพ้นจากการโทษ(ที่อาจถึงตาย)ในข้อหากบฎคือนายทหารจีนระดับสูงที่ชื่นชอบงิ้วและอยากชมการแสดงงิ้วของเขา ฉากที่เจ้าหน้าที่เอาหมึกแดงมาให้พระเอกปั๊มปลายนิ้วประทับลงบนกระดาษยกฟ้อง จุดที่กิ้งก่าตราตรึงใจคือพระเอกยกปลายนิ้วที่เปื้อนหมึกแดงขึ้นมาทาปากตัวเองอันแสดงถึงการแต่งหน้างิ้ว งิ้วคือทุกสิ่งของเขา เป็นทั้งผู้ให้และผู้ทำลายชีวิตของเขา หากชีวิตเขาต้องตกอยู่ในอันตรายถึงตายเพราะงิ้ว สิ่งที่ทำให้เขารอดและมีชีวิตอยู่ต่อไปก็คืองิ้วเช่นกัน
  • การใช้กระบี่จริงปาดคอตายของตัวเอกในฉากสุดท้าย หากเป็นผู้ดูหนังเรื่องนี้มาแล้วคงระลึกถึงได้ไม่ลำบาก หลายแหล่งตีความว่าเป็นเพราะตัวเอกลุ่มหลงในโลกแห่งงิ้วและบทงิ้วจนแยกไม่ออกจากโลกความจริง เขาจึงเลือกตายเหมือนบทงิ้วของตัวเอง แต่สำหรับกิ้งก่า กิ้งก่ามองว่าตัวเอกต้องการตายในช่วงเวลาที่ตนได้กลับมารู้สึกถึงความยินดีและมีความสุข ทั้งจากการได้กลับมาเล่นงิ้วบทที่ตัวเองรัก (ช่วงเวลานั้นพรรคคอมมิวนิสต์ให้ตัวเอกแยกจากพระเอกไปใช้แรงงานโดยไม่ได้แตะงิ้วเลยเป็นเวลาถึง 11 ปี) และการได้ระลึกถึงช่วงเวลาที่พระเอกยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลแต่ตนคนเดียวในอดีตหนหลัง ซีนที่สวยงามทางความรู้สึกคือระหว่างพระเอกกับตัวเอกเล่นงิ้วได้มองหน้าและพูดคุยกันเหมือนสมัยย่างเข้าวัยรุ่น วัยที่ไม่มีเรื่องราวอะไรมากมายรบกวนพวกเขา วัยที่ใช้ชีวิตกันอย่างตรงไปตรงมา มีแค่งิ้วกับกันและกัน สำหรับตัวเอกที่ไม่มีสิ่งใดที่ที่ให้ความสุขและความพึงพอใจแก่เขาได้เลยนอกจากงิ้วและพระเอก (ไม่ว่าจะฝิ่น ความร่ำรวย ความหรูหราหรือใคร ๆ ที่เหมือนจะดี) การได้จบชีวิตในช่วงเวลาที่หัวใจเกิดความรู้สึกดี ๆ กลับขึ้นมาได้อีก อาจเป็นทางออกที่ดีและสวยงามที่สุดที่ตัวเอกเลือกให้กับตัวเอง (กิ้งก่าชอบซีนสุดท้ายที่ตัวเอกปาดคอตัวเองล้มลงไปแล้วพระเอกตะโกนเรียกชื่อเขา ครั้งแรกพระเอกตะโกนเป็นชื่อในวงการแสดงของตัวเอก แล้วตามด้วยชื่อเดิมของตัวเอกสมัยยังเป็นเด็ก พวกเขาในวัยเด็กได้กลับมาพบกันแล้ว)

 

ตัวเอกและพระเอก

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกย์มั้ย ? กิ้งก่าตอบว่าไม่ซะทีเดียว อย่างน้อยเราก็ไม่เคยเห็นตัวเอกแสนสวยเกี่ยวข้องกับเรื่องราวสัมพันธ์ทางเพศด้วยความต้องการของตัวเอง เขาเคยถูกกงกงล่วงละเมิดทางเพศตอนเป็นเด็ก และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเห็นเรื่องบนเตียงของตัวเอก (ตอนถูกบัณฑิตผู้คลั่งไคล้งิ้วจูบ ตัวเอกก็หนีออกมา ประสบการณ์ที่ไม่ดีจากกงกงอาจทำให้ตัวเอกกลายเป็นคนปฏิเสธกิจกรรมทางเพศ) ส่วนพระเอกคือคนธรรมดาที่เห็นตัวเอกเป็นแค่น้องเลี้ยง เป็นเด็กผู้ชาย ไม่เคยคิดเกินเลย พระเอกสนใจผู้หญิง เที่ยวหอนางโลม แต่งงานกับผู้หญิง ในวัยเด็กของตัวเอกและพระเอกมีฉากเล็ก ๆ ที่พาคิดไปไกลได้แต่ก็ไม่ปรากฎอีกเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ฉากหึงหวงที่ตัวเอกมีเกลื่อนกลาดในหนังชวนมองเหมือนเพื่อนหวงเพื่อน น้องหวงพี่ ตัวเอกไม่เคยเรียกร้องไปไกลถึงขั้นคนรัก การปะทะกันของตัวเอกและภรรยาพระเอกไม่ใช่สงครามแย่งตำแหน่งคนรัก แต่เป็นสงครามแย่งชิงความสำคัญ ที่ผลออกมาคือตัวเอกได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกอย่างไม่มีเงื่อนไขจากพระเอกเสมอแต่ตัวเอกไม่สามารถเรียกร้องให้พระเอกอยู่เคียงข้างกันอย่างเปิดเผยในทางสังคม (นอกจากใช้งิ้วเป็นข้ออ้างดึงตัวพระเอก ซึ่งก็ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา) ในขณะที่ทางภรรยาพระเอก เธอสามารถเรียกร้องให้พระเอกอยู่เคียงข้างกันในฐานะสามีภรรยา ในฐานะเป็นหญิงที่มีลูกให้เขาได้อย่างเต็มเสียง แต่ก็ไม่สามารถได้รับความสำคัญลึกซึ้งอย่างที่ตัวเอกพึงได้รับ (ความอดทนที่เธอมีต่อเรื่องนี้มาตลอดจึงแหลกสลายไปเมื่อพระเอกตะโกนต่อหน้ากลุ่มคอมมิวนิสต์ว่าเธอเป็นโสเภณีและไม่เคยรักเธอเพื่อเอาตัวรอด)

ตัวเอกจึงเป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่ใจลึก ๆ ไม่ยอมโต ได้แค่คาดหวังให้พระเอกที่กลายเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วกลับมาเป็นเด็กที่มีแค่กันและกันและกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง สุดท้ายแล้วในวินาทีที่ปลิดชีวิต การรอคอยเนิ่นนานที่ผ่านมานั้นคุ้มค่ามั้ยคงมีแต่ตัวเขาเองที่รู้

 

ขอบคุณที่อ่านมาจนจบถึงบรรทัดนี้นะคะ ^-^

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้คุ้มค่ากับการดูมากคะขอบอก ใครพลาดนี่เสียดายมากเลยคะ ชอบที่คุณกิ้งก่ารีวิวมากเลยคะอ่านไปร้องไห้ไปเลยคะ มันใช่แบบที่คุณกิ้งก่ารีวิวเลยคะ ในสายตาเรานะคะ

#2 By Andras (171.96.244.168|171.96.244.168) on 2015-07-31 14:39

ฟังดูเป็นเรื่องที่กดดันมากๆเลยอะ 

#1 By Hisaki on 2014-01-16 12:26